ฝรั่งซิ่งเก๋งชนท้ายซาเล้ง 4 พ่อแม่ลูก ผู้หญิง-ทารกดับสลด

Written on September 24, 2016 at 6:39 am, by admin

ฝรั่งซิ่งเก๋งชนท้ายซาเล้ง 4 พ่อแม่ลูก ผู้หญิง-ทารกดับสลด

 

(24 ก.ย.) เมื่อเวลา 05.00 น. ร.ต.อ.สุพรรณ โสภี รองสว. สอบสวน สภ.เมืองพัทยาจ.ชลบุรี รับแจ้งเหตุรถยนต์เก๋งชนท้ายรถซาเล้งและรถจักรยานยนต์ที่จอดติดสัญญาณไฟแดงแถวร้านขายกล่องพัสดุไปรษณีย์ มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต เหตุเกิดบริเวณแยกไฟแดงเส้นทัพยาตัดสายสาม ม.10 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี หลังรับแจ้งจริงพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กู้ภัยสว่างบริบูรณ์ธรรมสถานเมืองพัทยารีบรุดไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุพบรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง ยี่ห้อ ฮอนด้า เวฟ 100 สีส้ม ถูกชนที่ด้านท้ายจนตัวรถขาดออกจากพ่วง ได้รับความเสียหายยับเยิน และรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้าเวฟ 110 สีแดงดำ หมายเลขทะเบียน 2 กข 6406 ชลบุรี ถูกชนเข้าทางด้านท้ายได้รับความเสียหายเช่นกัน ส่วนผู้ก่อเหตุซิ่งหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว

ตรวจสอบพบผู้บาดเจ็บนอนเกลื่อนถนนร้องขอความช่วยเหลือ รายแรกเป็นวินจยย.รับจ้างได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย รายต่อมาเป็นคนขับซาเล้งทราบชื่อคือนายทนงค์ศักดิ์ อายุ 36 ปี ได้รับบาดเจ็บที่ศีรษะ รายที่ 3 คือ ด.ญ.น้ำทิพย์ อายุ 2 ปี ลูกสาวนายทนงค์ศักดิ์ ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย

ถัดมาพบร่างผู้เสียชีวิตทราบชื่อคือ น.ส.อำพา อายุ 33 ปี ภรรยานายทนงค์ศักดิ์ นอนเสียชีวิตอยู่ริมถนน โดยข้างกายยังพบร่างน้องเนย อายุ 5 เดือน ลูกสาวอีกคน ได้รับบาดเจ็บสาหัส เจ้าหน้าที่กู้ภัยฯทำการปั้มหัวใจเพื่อยื้อชีวิต แต่ผู้บาดเจ็บทนไม่ไหวเสียชีวิตในเวลาต่อมา

สอบถามนายทนงค์ศักดิ์ เล่าว่าตนเองแลครอบครัวพ่อแม่และลูกสาว 2 คน รวม 4 ชีวิต และจยย.รับจ้างอีกคัน ได้จอดรอสัญญาณไฟจราจรอยู่ จู่ๆก็ได้ยินเสียงเบรกดังสนั่นขึ้นทางด้านหลัง จากนั้นมารู้สึกตัวอีกทีก็ถูกชนกระเด็นไปคนละทิศละทาง เมื่อตนตั้งสติได้ก็รีบลุกไปดูลูกและภรรยา ปรากฏว่าภรรยาตนเสียชีวิตแล้ว ส่วนลูกสาววัย 5 เดือนได้รับ บาดเจ็บสาหัส จึงรีบขอความช่วยเหลือให้แจ้งเจ้าหน้าที่ดังกล่าว

ต่อมาทางเจ้าหน้าที่ได้วิทยุสกัดจับผู้ก่อเหตุจนกระทั่งติดตามจนสามารถจับกุมได้ห่างจากจุดเกิดเหตุหลายกิโลเมตร เป็นรถยนต์เก๋งยี่ห้อ ฮอนด้า สีดำ หมายเลขทะเบียน 3 กพ 8322 กรุงเทพมหานคร ในสภาพพังยับเยิน โดยมีชาวต่างประเทศทราบชื่อคือ นายคอนสแตนติน โวล์ค อายุ 28 ปี สัญชาติรัสเซีย อยู่ในอาการเมาสุราอย่างหนัก เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงนำตัวมายังที่เกิดเหตุ ทำให้ประชาชนที่อยู่ในที่เกิดเหตุรุ่มต่อว่าการกระทำของชาวต่างชาติกันอย่างรุนแรง เจ้าหน้าที่ตำรวจเกรงจะเป็นอันตรายจึงควบคุมตัวออกจากที่เกิดเหตุ

เบื้องต้ นร.ต.อ.สุพรรณ พนักงานสอบสวนเจ้าของคดี ได้ควบคุมตัว นายคอนสแตนติน มายังสภ.เมืองพัทยา เพื่อตรวจวัดปริมาณระดับแอลกอฮอล์ในร่างกาย พร้อมแจ้งข้อกล่าวหาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ภาพระทึก! ปิกอัพชนสยอง เด็กหญิงดับ-พ่อกอดศพ

Written on September 19, 2016 at 7:19 am, by admin

%e0%b8%94%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%99%e0%b9%8c%e0%b9%82%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%94-1

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ภาพจากวงจรปิด เผยนาทีระทึกรถเสียหลักพุ่งข้ามเลน ชนเก๋งคนอื่นกลางถนนติวานนท์ บริเวณร้าน KAI เซอร์วิสฝั่งตรงข้ามร้านขายกล่องไปรษณีย์กล่องกระดาษ  เด็กหญิงวัย 11 ปี ดับคาที่ พ่อสุดเศร้าเฝ้ากอดร่าง

เมื่อเวลา 19.00 น. วานนี้ (18 ก.ย.) ร.ต.อ.สัญชาติ สวัสดิผล ร้อยเวร สภ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ได้รับแจ้งเกิดเหตุรถยนต์ชนกัน 3 คันมีผู้เสียชีวิต 1 รายและบาดเจ็บ 2 ราย ที่บริเวณหน้าร้าน KAI เซอร์วิส หมู่ 9 ถนนเลี่ยงเมืองปากเกร็ด ต.บางพูด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี จึงประสานแพทย์จากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์และเจ้าหน้าที่อาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ้ง รุดตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุเป็นถนนขาเข้าจากถนนติวานนท์ ใกล้ รร.อัมพรไพศาล มุ่งหน้าถนนแจ้งวัฒนะ พบรถยนต์จำนวน 3 คัน รถจักรยานยนต์ 2 คัน ประกอบด้วย รถยนต์กระบะยี่ห้ออิซูซุ รุ่นดีแมกซ์ สีเทา สภาพพังยับทั้งคัน กระจกรถแตกทั้งคัน ด้านหน้าและหลังแทบหลุดเป็นชิ้น กระบะหลังเกือบหลุดออกจากส่วนหัว

ทราบชื่อผู้ขับขี่คือ นายจักรพงษ์ ศรีทองอินทร์ อายุ 41 ปี อาชีพเป็นช่างยนต์ ขณะเกิดเหตุขับรถมาพร้อมกับลูกชายและลูกสาว ซึ่งลูกสาววัย 11 ปี ที่นั่งอยู่ด้านหลังคนขับ ได้เสียชีวิตคากระจกรถยนต์ เนื่องจากไม่ได้คาดเข็มขัดนิรภัย มีบาดแผลแตกที่ศีรษะ กระโหลกยุบ คอหัก

ส่วนรถยนต์คู่กรณีอีกคัน เป็นรถยนต์ยี่ห้อนิสสัน รุ่นอามืร่า สีขาว สภาพกันชนหน้าหลุด ไฟด้านหน้าซ้ายแตก ทราบชื่อผูขับขี่คือ นายอดิศักดิ์ คงวานิชย์พงษ์ อายุ 54 ปี และรถยนต์อีกคันเป็น รถยนต์ยี่ห้อเบนซ์ รุ่น C220 สีเขียว จอดอยู่ฝั่งตรงข้ามที่เกิดเหตุ สภาพกันชนด้านหน้าขวายุบ ทราบชื่อผู้ขับขี่คือนายชิษณุ วิเชียรรังสรรค์ อายุ 59 ปี

ขณะที่ยังมีรถจักรยานต์เป็นคู่กรณีคือ รถจักรยานยนต์ฮอนด้า รุ่นเวฟ สีดำ สภาพพังยับทั้งคัน ทราบชื่อผู้ขับขี่คือ นายสังเวียน หาญคำ อายุ 52 ปี อาชีพขับวินรับจ้าง ได้รับบาดเจ็บพร้อมกับผู้โดยสารสัญชาติลาว ทั้งสองคนขาหักทั้ง 2 ข้าง เจ้าหน้าที่กู้ภัยนำตัวส่ง รพ.กรมชลประทานปากเกร็ด

จากกาตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด สามารถบันทึกภาพได้เมื่อเวลา 18.37 น. ขณะที่รถยนต์กระบะอิซูซุ พุ่งข้ามเกาะกลางมาชนกับรถยนต์นิสสันและรถจักรยานยนต์รับจ้างอย่างแรง จนผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์และผู้โดยสารกระเด็นตกจากรถ

ส่วนชิ้นส่วนรถหลุดกระจายเต็มพื้น โชคดีรถจักรยานยนต์อีก 1 คันไม่เป็นอะไร จึงถอยออกจากที่เกิดเหตุ ส่วนกล้องอีก 1 ตัว เป็นกล้องจากด้านในร้านส่องไปที่ด้านหน้าเห็นเหตุการณ์ที่รถยนต์กระบะอิซูซุพุ่งข้ามมาชนกับรถจักรยานยนต์รับจ้างและรถยนต์นิสสันอย่างแรง

จากการสอบสวนพยานในที่เกิดเหตุทราบว่า ขณะเกิดเหตุตนกำลังล้างรถอยู่ใกล้ที่เกิดเหตุ ตนสังเกตุเห็นรถ 2 คันวิ่งเร็วมาก เนื่องจากถนนว่างแต่ไม่ทราบว่าแข่งกันมาหรือเปล่า รถปิกอัพข้ามเลนมาจากฝั่งตรงข้ามน่าจะถูกชนท้าย

ทั้งนี้จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ผู้ขับขี่รถกระบะได้ขับคู่กันมากับรถเบนซ์ เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุซึ่งเป็นทางโค้งและมีเกิดการชนท้ายจากรถเบนซ์ ทำให้รถเสียหลักหลุดโค้งข้ามเกาะกลางมาชนกับรถยนต์อีกคันและรถจักรยานยนต์ที่ฝั่งตรงข้าม แต่รายละเอียดยังสอบปากคำไม่ละเอียดมากนัก เนื่องจากผู้ขับขี่รถกระบะยังเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ลูกสาวที่นั่งมาด้วยได้เสียชีวิต ต้องรอสอบปากคำอีกครั้งภายหลัง

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เก็บรวบรวมพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุ พร้อมทั้งเก็บภาพจากกล้องวงจรปิดไว้ตรวจสอบ จากนั้นได้นำตัวผู้ขับขี่ทั้ง 3 คนส่ง สภ.ปากเกร็ด เพื่อสอบปากคำ ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บหลังจากอาการดีขึ้นจะเดินทางเข้าสอบปากคำอีกครั้งเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง จากนั้นได้มอบร่างผู้เสียชีวิตให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยนำส่งสถาบันนิติวิทยาศาสตร์เพื่อชันสูตรต่อไป

นศ.สาวโพสต์อุทาหรณ์ นอนอยู่หอพัก คนเมายาบุกพังประตู

Written on September 12, 2016 at 8:41 am, by admin

นศ.สาวโพสต์อุทาหรณ์ นอนอยู่หอพัก คนเมายาบุกพังประตู

 

นักศึกษาสาว ม.ดัง ย่านรังสิต แถวร้านขายกล่องไปรษณีย์และซองกันกระแทกราคาถูกรายใหญ่ โพสต์เตือนภัยชีวิตหอพัก พักผ่อนอยู่ดีๆ เจอคนเมายาบุกพังประตู เข้ามาข่มขู่-ทำร้าย หาความปลอดภัยไม่ได้

 

(11 ก.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โลกออนไลน์กำลังให้ความสนใจกรณีที่เกิดขึ้นในหอพักแห่งหนึ่ง ใกล้กับมหาวิทยาลัยชื่อดัง เมื่อมีผู้พักอาศัยได้แชร์ภาพและเรื่องราวเตือนภัยเอาไว้ หลังมีคนเมายาอาละวาดและบุกหอพัก ทำลายข้าวของและทุบประตูห้องพักเสียหายอย่างน่าหวาดกลัว

ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อคุณ Krongiizz’ Hy ได้โพสต์เรื่องราวดังกล่าว ระบุว่า เป็นเหตุที่เกิดขึ้นในหอพักแห่งหนึ่ง บริเวณมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง ย่านรังสิต พบว่ามีคนที่น่าจะเมายา ออกอาละวาดไปทั่วหอพัก ปรากฏว่ามีห้องพักห้องหนึ่งถูกพังประตู โดยใช้ท่อนเหล็กทุบจนประตูพัง

เจ้าของโพสต์ยังบอกอีกว่า โดนคนเมายาถีบประตูตั้งแต่เช้า ทุบพังประตูกลายเป็นรู ก่อนจะเอาหน้ามาส่องที่รู แล้วทุบต่อจนพัง ก่อนจะเข้ามาโวยวายข่มขู่ต่างๆ ถุยน้ำลายใส่ ขอมีเพศสัมพันธ์ จึงถือมีดมาป้องกันตัวไว้ แล้วไล่คนนั้นออกไป

คนร้ายได้นำเอาน้ำส้มสายชูและปลาน้ำมาราดใส่ตัว กระทั่งอาศัยจังหวะทีเผลอ จึงได้วิ่งหนีตายออกจากห้อง วิ่งลงบันไดจากชั้น 6 อย่างไม่คิดชีวิต ทิ้งทรัพย์สินทุกอย่างเอาไว้ที่ห้องทั้งหมด แต่ที่แย่กว่านั้นคือไม่มีใครเข้ามาช่วยเหลือเลย ทั้งข้างๆ ห้อง ยามตอนกลางวันก็ไม่มี เรียกวินมอเตอร์ไซค์ก็แค่มอง ไม่ได้สนใจอะไร

แม้กระทั่งแฟนวิ่งลงไปขอความช่วยเหลือก็ยังไม่มีใครเข้ามาช่วย จนต้องหนีเอาตัวรอดเอง ทำให้เห็นว่าระบบความปลอดภัยแทบไม่มี เช่าพักอาศัยอยู่หอแบบไม่ได้วุ่นวายกับใคร คนร้ายเมายาเข้ามาทำลายข้าวของและข่มขู่ได้ถึงในห้องพักขนาดนี้

อย่างไรก็ตาม หลังจากเรื่องราวดังกล่าวเผยแพร่ออกไป ปรากฏว่ามีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก พร้อมกับแชร์เรื่องราวดังกล่าวต่อกันไป และวิจารณ์ถึงระบบรักษาความปลอดภัยของหอพัก ทั้งนี้เจ้าของโพสต์ยังทิ้งท้ายว่า ถือเป็นประสบการณ์เลวร้ายที่เตือนใจ ส่วนคนเมายาที่ก่อเหตุ ก็ปล่อยให้ดำเนินการตามกฎหมายไป

สาวคอนโดฯ โทรแจ้ง เพื่อนทำแท้งเด็กทิ้งไว้ 3 เดือนแล้ว

Written on September 5, 2016 at 4:22 am, by admin

สาวคอนโดฯ โทรแจ้ง เพื่อนทำแท้งเด็กทิ้งไว้ 3 เดือนแล้ว

 

สาวกลัวความผิด-ทนไม่ไหว โทรแจ้งตำรวจ หลังเพื่อนทำแท้งลูกทิ้งเอาไว้เมื่อ 3 เดือนก่อน แล้วหนีหายไป รูมเมทคนอื่นๆ ต่างผวา-ย้ายออกไปหมด ยังไร้วี่แววเพื่อนตัวดี

(5 ก.ย.) เมื่อช่วงกลางดึกที่ผ่านมา ร.ต.อ.ชาตรี ศรีจันทร์ รองสารวัตรสอบสวน สภ.รัตนาธิเบศร์ จ.นนทบุรี ได้รับแจ้งเหตุพบโครงกระดูกเด็กทารกที่คอนโดมิเดียแห่งหนึ่ง แถวโรงงานผลิตเจลว่านหางจระเข้ ภายในห้องพักชั้น 16 จึงประสานแพทย์สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ เจ้าหน้าที่อาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง รุดตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุเป็นอาคารที่พักอาศัยสูง 19 ชั้น ที่ห้องดังกล่าวพบโครงกระดูกเด็กทารก ถูกห่อด้วยเศษผ้าใส่ถุงพลาสติก ผูกมัดปากถุงแน่น ทิ้งอยู่ในถังขยะภายในห้องน้ำ แพทย์ระบุอายุครรภ์อยู่ระหว่าง 4-6 เดือน เสียชีวิตมาแล้วประมาณ 3 เดือน ซึ่งมี น.ส.เตชินี อายุ 24 ปี ผู้เช่าพักอาศัย ยืนคอยให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ

จากการสอบสวน น.ส.เตชินี ทราบว่า ตนพักอยู่ที่ห้องดังกล่าวกับเพื่อน 4 คน ตั้งแต่ช่วงเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ตนสังเกตุเห็นว่าเพื่อนของตนคนหนึ่ง มีอาชีพรับจ้างตามงานอีเว้นท์ มีอาการเหมือนคนแพ้ท้อง วันเกิดเหตุเพื่อนคนดังกล่าวได้เข้าห้องน้ำนานแบบผิดปกติ ตนจึงเคาะประตูเรียกแต่ไม่มีเสียงตอบรับ

กระทั่งผ่านไปประมาณ 3 ชั่วโมง เพื่อนของตนจึงเปิดประตูห้องน้ำออกมาด้วยท่าทางอิดโรย ตนจึงสอบถามว่าเป็นอะไร เพื่อนบอกว่าไม่ได้เป็นอะไร ตนจึงเดินเข้าไปซักผ้าในห้องน้ำ ก็สังเกตเห็นคราบเลือดอยู่ที่พื้นและแผงยาวางอยู่ที่อ่างล้างหน้า จึงหยิบขึ้นมาดูจึงรู้ว่าเป็นยาขับเลือด

ตนจึงไปสอบถามความจริงจากเพื่อนคนดังกล่าว จึงได้ยอมรับว่ากินยาขับเลือดแล้วเด็กหลุดออกมา จากนั้นใช้ผ้าห่อร่างเด็กทารกเอาไว้ ห่อหุ้มด้วยถุงพลาสติกปิดปากถุงแน่น ตอนนั้นตนทำอะไรไม่ถูก ได้แต่บอกกับเพื่อนว่าให้จัดการให้เรียบร้อย แต่เพื่อคนดังกล่าวกลับหลบหนีหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย

ส่วนเพื่อนคนที่เหลือ เมื่อทราบเรื่องการทำแท้งต่างก็หวาดกลัว ขอย้ายที่อยู่ตามกันไป ทิ้งตนไว้เพียงลำพัง จนล่าสุดผ่านไป 3 เดือน ตนเห็นว่าเพื่อนคนที่ก่อเหตุไม่มีวี่แววว่าจะกลับมารับผิดชอบกับสิ่งที่กระทำไว้ ประกอบกับตนมีความประสงค์ที่จะย้ายออกจากห้องดังกล่าวแล้ว จึงกลัวมีความผิดติดตัว จึงตัดสินใจโทรศัพท์แจ้งตำรวจให้มาตรวจสอบ

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เชิญ น.ส.เตชินี เข้าให้ปากคำอย่างละเอียดที่ สภ.รัตนาธิเบศร์ ส่วนหญิงสาวที่ขับเด็กออกมานั้น เจ้าหน้าที่อยู่ในขั้นตอนติดต่อและขออนุมัติหมายจับ เพื่อติดตามตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

แก๊งแขกขาวซิ่งป่วนพัทยา เร่งเครื่องท้า-ชนตำรวจไหปลาร้าแตก

Written on August 29, 2016 at 11:01 am, by admin

แก๊งแขกขาวซิ่งป่วนพัทยา เร่งเครื่องท้า-ชนตำรวจไหปลาร้าแตก

 

แก๊งโจ๋คูเวตขับมอเตอร์ไซค์แต่งซิ่ง บิดคันเร่งเบิ้ลเครื่องท้าทายตำรวจพัทยาแถวหน้าบริษัทนำเข้าเครื่องปั๊มไดคัทจากต่างประเทศก่อนเร่งเครื่องซิ่งหนีเหมือนหนังบู๊ ดาบตำรวจใจเด็ดกระโดดขวางถูกชนเจ็บ รวบได้ 2 ราย

(29 ส.ค.) ร.ต.ท.ประสิทธิบุญ บุญประสิทธิ์ รอง สว.จร.สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี ได้รับแจ้งมีเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรประสบอุบัติเหตุถูกชาวต่างชาติขับรถจักรยานยนต์ชน จนได้รับบาดเจ็บที่บริเวณหน้าร้านแฟมิลี่มาร์ท ใกล้เคียงวงเวียนปลาโลมา พัทยาเหนือ หมู่ 6 ต.นาเกลือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี หลังรับแจ้งจึงนำกำลังพร้อมด้วยหน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างบริบูรณ์ธรรมสถานเมืองพัทยา รีบรุดไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุพบร่าง ด.ต.สมศรี สีมา ผบ.หมู่งานจราจร สภ.เมืองพัทยา นอนกองอยู่ที่พื้นถนน สภาพไหปลาร้าซ้ายหัก มีร่องรอยถลอกตามร่างกายได้รับบาดเจ็บ จึงช่วยกันพยุงร่างไปข้างทางพร้อมกับปฐมพยาบาลเบื้องต้น ก่อนนำตัวส่ง รพ.กรุงเทพพัทยา

ใกล้กันพบพลเมืองดีกำลังช่วยกันควบคุมตัวชายชาวคูเวต 2 คน ที่ก่อเหตุขับรถจักรยานยนต์ชน ด.ต.สมศรี จนได้รับบาดเจ็บ ทราบชื่อต่อมาคือ นายโมฮัมหมัด ดาลิฟาลาห์ อาบูลาห์ อัลฟาห์ลิ อายุ 19 ปี และ นายบาดร์ เอช.เอ.วาย อัลลามาด อายุ 19 ปี พร้อมกับยึดรถจักรยานยนต์ไว้ได้จำนวน 2 คัน

จากการสอบถาม ร.ต.ต.วรพันธุ์ แก้วมรกต รอง สว.จร. เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุขณะกำลังปฏิบัติหน้าที่อยู่บริเวณป้อม สี่แยกถนนพัทยาใต้ตัดถนนพัทยาสาย 2 จู่ๆ มีชาวตะวันออกกลาง 3 คน ขับรถจักรยานยนต์ ลักษณะแต่งซิ่ง ท่อเสียงดังผ่านมา หนึ่งในนั้นทำทีขับเฉียดเข้ามาจอดใกล้ๆ แล้วบิดคันเร่งเครื่องจนเสียงดังสนั่นพร้อมกับหันหน้ามามองคล้ายท้าทาย

โดยมีเพื่อนอีก 2 คน จอดรถรอดูเหตุการณ์อยู่ไม่ห่าง พอตำรวจจะเข้าไปตรวจสอบ ทั้งหมดกลับเร่งเครื่องขับออกไปเหมือนจะหลบหนี แต่ก็ยังชะลอรถเพื่อให้ตำรวจตามมา ตนจึงคว้าจักรยานยนต์แล้วสตาร์ทเครื่องขับไล่ตาม

กลุ่มวันรุ่นชาวตะวันออกดังกล่าวจึงขับหนีไปตามซอกซอย ก่อนที่จะพากันแยกไปคนละทาง ทำให้ติดตามได้ยาก ประกอบกับทั้งหมดขับรถด้วยความเร็วสูง เกรงว่าชาวบ้านที่ไม่เกี่ยวข้องจะได้รับอันตราย จึงตัดสินใจวิทยุแจ้งให้ตำรวจและอาสาที่อยู่ใกล้เคียงช่วยกันสกัดจับ

ต่อมา ด.ต.สมศรี สีมา ซึ่งกำลังปฏิบัติหน้าที่อยู่ป้อมตำรวจบริเวณวงเวียนปลาโลมา พัทยาเหนือ ได้รับแจ้งและเห็นทั้ง 3 คันขับผ่านมา จึงกระโดดเข้าไปขวางเพื่อจับกุม เป็นเหตุทำให้ถูกรถเฉี่ยวชนได้รับบาดเจ็บ ก่อนจะพยายามหลบหนีไป แต่ก็ถูกพลเมืองดีที่อยู่ในละแวกนั้นช่วยกันรุมจับตัวไว้ได้พร้อมกับเพื่อนร่วมชาติอีกคน ส่วนอีกคนได้อาศัยจังหวะชุลมุนหลบหนีไป

ภายหลังตำรวจคุมตัวมาสอบสวนที่สถานีตำรวจ แต่ทั้งคู่ไม่ยอมให้การใดๆ หนำซ้ำยังแสดงท่าทางยียวนกวนประสาท แบบไม่สำนึกผิด เบื้องต้นคาดว่าสาเหตุที่ขับรถจักรยานยนต์มาท้าทายตำรวจ อาจเป็นเพราะเกิดความแค้น เนื่องจากเมื่อไม่นานมานี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจเคยออกกวาดล้างจับกุมกลุ่มชาวตะวันออกกลางที่รวมตัวกันขี่รถแต่งซิ่งป่วนเมือง

อย่างไรก็ตาม ในขณะนี้ได้แจ้งข้อกล่าวหาขับรถประมาทหวาดเสียวโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยของผู้อื่น เป็นเหตุให้ได้รับอันตรายแก่ร่างกายไว้ก่อน หากสอบสวนแล้วพบว่าตั้งใจชนตำรวจ ก็จะได้แจ้งข้อหาพยายามฆ่าต่อไป

วางวัตถุคล้ายระเบิดป่วนเมืองแปดริ้ว3จุดทำวุ่น

Written on August 20, 2016 at 7:40 am, by admin
วางวัตถุคล้ายระเบิดป่วนเมืองแปดริ้ว3จุดทำวุ่น

วางวัตถุคล้ายระเบิดในกล่องพัสดุป่วนเมืองแปดริ้ว3จุดทำวุ่น

INN News

สนับสนุนเนื้อหา

มือดีป่วนเมืองแปดริ้ว พร้อมกัน 3 จุด หลังแอบวางวัตถุคล้ายระเบิดทิ้งไว้ ตำรวจเร่งสืบสวน

เจ้าหน้าที่ชุด EOD จากกองกำกับการ 2 บก. กฝ. ตชด.แปลงยาว พร้อมด้วยฝ่ายทหารจากกองพลทหารราบที่ 11 ค่ายสมเด็จพระนั่งเกล้า และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองฉะเชิงเทรา ได้ร่วมกันเข้าตรวจสอบวัตถุต้องสงสัยที่ถูกนำมาวางทิ้งไว้ใต้ท้องรถ ภายในลานจอดของอู่ซ่อมรถยนต์ ถนนสายสีริโสธร (ฉะเชิงเทรา-บางปะกง) ต.หน้าเมือง อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา พบว่ามีร่องรอยของระเบิดทำงานไปแล้ว 1 ลูก แต่อานุภาพไม่ร้ายแรงนัก ส่วนวัตถุต้องสงสัยชิ้นที่สองนั้น ลักษณะเป็นท่อทรงกระบอก คล้ายกับไปป์บอม ถูกนำมาวางไว้ยังภายใต้ท้องรถยนต์ซึ่งเป็นรถที่นำเข้ามาจอดรอซ่อมไว้ภายในอู่ ห่างจากคันแรกประมาณ 4 เมตร นอกจากนี้ ในเวลา 13.00 น. ร.ต.อ.พงศ์พิเชษฐ ธนพศุตม์กุล รองสารวัตรสอบสวน สภ.แสนภูดาษ อ.บ้านโพธิ์ จ.ฉะเชิงเทรา ได้รับแจ้งเหตุพบวัตถุต้องสงสัยถูกวางทิ้งไว้อยู่ภายในร้าน BURGER KING ภายในปั้มน้ำมันเชลล์แห่งใหม่ เลขที่ 3/12 ม.1 ต.ลาดขวาง อ.บ้านโพธิ์ มีลักษณะรูปร่างคล้ายกล่องเพาเวอร์แบงค์ วางซ้อนทับอยู่บนโทรศัพท์มือถือ หลังจากเจ้าหน้าที่ชุดอีโอดี ได้ทำการระเบิดทำลายวัตถุต้องสงสัยในจุดแรกเสร็จเรียบร้อยแล้ว จึงได้เดินทางไปทำการตรวจสอบยังจุดที่พบวัตถุต้องสงสัยในจุดที่ 3จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พล.ต.ต.ธีรพล จินดาหลวง ผบก.ภ.จว.ฉะเชิงเทรา กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่ยืนยันว่าวัตถุต้องสงสัยที่พบนี้เป็นระเบิด ต้องรอให้ทางกองวิทยาการพิสูจน์หลักฐานเข้ามาตรวจสอบก่อน ส่วนร่องรอยความเสียหายที่พบในรถคันแรกนั้น ยังพิสูจน์ไม่ได้ด้วยเช่นเดียวกันว่าความเสียหายนี้เกิดขึ้นจากแรงระเบิดจริงหรือไม่ หรือเป็นถังแก๊สระเบิด และหากว่าเป็นระเบิดจริง ก็น่าจะเป็นเรื่องของการประสงค์ต่อชีวิต มากกว่าที่จะสร้างความปั่นป่วน ซึ่งต้องให้เวลาตำรวจทำงานก่อน

  • Comments Off on วางวัตถุคล้ายระเบิดป่วนเมืองแปดริ้ว3จุดทำวุ่น
  • ข่าวประจำวัน

เกิดเหตุระเบิดกลางเมืองตรัง เบื้องต้น เจ็บ 5 ราย

Written on August 11, 2016 at 9:41 am, by admin

เกิดเหตุระเบิดกลางเมืองตรัง เบื้องต้น เจ็บ 5 ราย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (11 ส.ค.) เมื่อเวลาประมาณ 15.00 น. เกิดเหตุระเบิดขึ้นที่ถนนรื่นรมย์ ต.ทับเที่ยง อ.เมืองตรัง ที่เกิดเหตุใกล้กับบริเวณบ้านพักผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดตรัง แถงร้านขายว่านหางจระเข้แปรรูปเพื่อสุขภาพ ประมาณ 200 เมตร และใกล้ศาลากลางจังหวัด และศูนย์ราชการ โดยขณะนั้นพ่อค้าแม่ค้ากำลังวางแผงขายสินค้าในตลาดนัดถนนรื่นรมย์

เบื้องต้น มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 5-6 คน รายชื่อผู้บาดเจ็บ 1.นายหะมะ หมั่นหลี อายุ44 ปี 2.น.ส.วิไลรัตน์ ป้องนาชัย  อายุ 35 ปี 3.นายณัฐพงศ์ แช่โหล้ย อายุ 19 ปี 4.นางวันทนี วิริยาภาพพงศ์ อาย 45 ปี และ 5.ชายไม่ทราบชื่อ อายุประมาณ 45 ปี

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจกว่า 50 นาย ตรึงกำลังเข้าติดตามสถานการณ์แแล้ว โดยห้ามเข้าใกล้จุดเกิดเหตุในระยะ 1 กม. มีรายงานว่าเหตุดังกล่าวเป็นการลอบวางระเบิด ผู้ต้องสงสัยเป็นชายนำระเบิดมาวางจุดเกิดเหตุ

รายละเอียดจะรายงานให้ทราบต่อไป

  • Comments Off on เกิดเหตุระเบิดกลางเมืองตรัง เบื้องต้น เจ็บ 5 ราย
  • ข่าวประจำวัน

ดินไหวอ.แม่ระมาดตากขนาด2.4ริกเตอร์

Written on August 4, 2016 at 8:09 am, by admin

ศาลสั่งคุก 1 ปี ปรับ 5 หมื่น ไฮโซตั๋มหมิ่นหมอแอร์ รออาญา 2 ปี

INN News

สนับสนุนเนื้อหา

ศาลพิพากษา จำคุก 1 ปี ปรับ 5 หมื่นบาท “ไฮโซตั๋ม” โพสต์เฟซบุ๊ก หมิ่นประมาท “หมอแอร์” เมื่อกุมภาพันธ์ ปี 2558 – รอลงอาญา 2 ปี

ศาลอาญา รัชดา อ่านคำพิพากษา ในคดีพันตำรวจโทหญิง แพทย์หญิงอัญชุลี ธีระวงศ์ไพศาล หรือ หมอแอร์ อดีตรองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นโจทก์ที่ยื่นฟ้อง นางสาววิชชุดา ลีนุตพงษ์ หรือ ไฮโซตั๋ม เจ้าของกิจการขายกล่องพัสดุกล่องไปรษณีย์ ฐานหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา และผิดพระราชบัญญัติคอมพิวเตอร์

จากกรณีที่ นางสาววิชชุดา โพสต์ข้อความลงเฟซบุ๊กตั้งแต่ช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2558 และให้สัมภาษณ์หมิ่นประมาทผ่านหนังสือพิมพ์หลายฉบับกล่าวหาทำนองว่า พันตำรวจโทหญิง แพทย์หญิงอัญชุลี เป็นมือที่ 3 และเป็นสาเหตุให้นางสาววิชชุดา กับแฟนหนุ่มเลิกรากัน ส่งผลให้พันตำรวจโทหญิง แพทย์หญิงอัญชุลี เสื่อมเสียชื่อเสียง

ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า นางสาววิชชุดา กระทำผิดจริง พิพากษาจำคุก 2 ปี ปรับ 1 แสนบาท แต่คำรับสารภาพเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาคดี ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง เหลือจำคุก 1 ปี ปรับ 5 หมื่นบาท ส่วนโทษจำคุกรอลงอาญามีกำหนด 2 ปี

เมย์ได้ประกันตัวหลังFBถามทหารปมน้าชายตาย

Written on July 27, 2016 at 1:52 am, by admin

เมย์ได้ประกันตัวหลังFBถามทหารปมน้าชายตาย

 

INN News

สนับสนุนเนื้อหา

ตร. ให้ประกันตัว ‘น้องเมย์’ หลังถูกคุมตัวส่ง สภ.เมืองนราธิวาส ดำเนินคดี หมิ่นประมาท – พ.ร.บ.คอม ฯ เจ้าตัวยันใช้สิทธิ์ต่อสู้ทวงหาความเป็นธรรม

ความคืบหน้า การดำเนินคดีกับ นางสาวนริศราวัลถ์ แก้วนพรัตน์ หรือ เมย์ เจ้าของบริษัทผลิตกล่องพัสดุ หลานสาวของ พลทหารวิเชียร เผือกสม ซึ่งถูกทำโทษจนเสียชีวิตในค่ายทหารจังหวัดนราธิวาส เมื่อปี 2554 ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.มักกะสัน 3 นาย เข้าควบคุมตัวในที่ทำงาน หลังถูกศาลจังหวัดนราธิวาส ออกหมายจับเมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2559 ในข้อหาว่า “หมิ่นประมาทโดยการโฆษณาด้วยเอกสาร และนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ พร้อมทั้งมีการส่งตัว นางสาวนริศราวัลถ์ ไปยัง สภ.เมืองนราธิวาส เพื่อแจ้งข้อกล่าวหาและดำเนินคดีต่อไป ภายหลังพนักงานสอบสวน สภ.เมืองนราธิวาส สอบปากคำและแจ้งข้อกล่าวหาแล้ว ได้อนุญาตให้ประกันตัว นางสาวนริศราวัลถ์ แล้ว

นางสาวนริศราวัลถ์ กล่าวขอบคุณ สภ.เมืองนราธิวาส ที่ให้ความอนุเคราะห์ในการให้ประกันตัว ซึ่งตนเองจะใช้สิทธิ์ต่อสู้ในกระบวนการยุติธรรม เพราะยังเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม เนื่องจากสิ่งที่โพสต์ไปไม่ใช่ข้อความเป็นเท็จ แต่เป็นการถามหาความยุติธรรมให้กับน้าชายที่เสียชีวิต ไม่ได้คิดจะลบหลู่ใคร และพร้อมที่จะให้กระบวนการยุติธรรมตรวจสอบเช่นกัน

กลุ่มวัยรุ่นร้องกองปราบ ถูกกะเทยหลอกตุ๋นเงิน™

Written on July 13, 2016 at 6:47 am, by admin
กลุ่มวัยรุ่นร้องกองปราบ ถูกกะเทยหลอกตุ๋นเงิน™

กลุ่มวัยรุ่นร้องกองปราบ ถูกกะเทยหลอกตุ๋นเงิน™

INN News

สนับสนุนเนื้อหา

กลุ่มวัยรุ่น ร้องกองปราบ ถูกกะเทยแสบ อ้างเป็น โมเดลลิ่ง มีธุรกิจผลิตฟิล์มยืดพันพาเลทเป็นงานหลักดูน่าเชื่อถือ หลอกพาเข้าวงการบันเทิง ทำสูญเงินนับแสน

กลุ่มผู้เสียหาย ทั้งผู้ชายและผู้หญิง อายุระหว่าง 17-21 ปี กว่า 10 คน นำหลักฐานการโอนเงิน และบทสนทนากับ นายธิติพันธ์ มังครุดร หรือ อาร์ต หรือ ชินจัง เข้าแจ้งความต่อ พนักงานสอบสวน กองปราบปราม ดำเนินคดีกับ นายธิติพันธ์ ฐานฉ้อโกงประชาชน หลังหลอกผู้เสียหายว่า สามารถช่วยให้เป็นดาราและทำงานในวงการบันเทิงด้านต่าง ๆ ได้

โดยผู้เสียหาย เล่าว่า นายธิติพันธ์ ได้เปิดเฟซบุ๊ก ประกาศรับสมัครนักแสดง ทำงานต่างๆ ในวงการบันเทิง โดยมีหลักฐานภาพถ่ายกับดาราชื่อดัง และมีการทำสัญญายืนยัน แต่ต้องเสียค่าใช้จ่าย จำนวนเงินแตกต่างกันไป ตั้งแต่หลักพันถึงหลักหมื่นบาท โดยอ้างว่าเป็นค่าเสื้อผ้า และค่าเรียนการแสดง แต่ไม่สามารถทำงานได้จริง และกลุ่มผู้เสียหาย มีการทวงเงินจาก นายธิติพันธ์ แต่ก็ไม่ได้รับคืน

นอกจากนี้ ผู้เสียหายผู้ชายบางคนระบุว่า ถูก นายธิติพันธ์ ลวนลามทางเพศด้วย พร้อมจะแจ้งความเพิ่มในข้อหากระทำอนาจาร และทราบว่า นายธิติพันธ์ เคยหลอกนักแสดงชื่อดังทั้งในประเทศไทยและต่างชาติ จึงรวมตัวกันเข้ามาแจ้งความดำเนินคดี โดยทราบว่าขณะนี้ นายธิติพันธ์ ถูกตำรวจ สน.ลุมพินี จับกุมได้เมื่อวานที่ผ่านมา ในความผิดฐานหลบหนีการเกณฑ์ทหาร อีกทั้ง มีประวัติเคยถูกแจ้งความดำเนินคดีจากการหลอกลวงในลักษณะเดียวกันนี้ด้วย