แชร์เพียบเลย..เรื่องราวดี ๆ ของ น้องแบงค์ ขายนมเปรี้ยวและเทปใส นำเงินไปแข่งว่ายน้ำ เพราะไม่อยากเป็นภาระพ่อแม่

แชร์กันทั่วเลยล่ะค่ะ สำหรับเรื่องราวดี ๆ ของน้องแบงค์ เด็กชายปิยะ จตุพรพงศ์ อายุ 8 ปี ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ที่ยืนขายนมเปรี้ยวอยู่หน้าโรงเรียนอนุบาลอุบลราชธานี โดยมีเพื่อน ๆ คอยเชียร์ เพื่อให้ผู้ปกครองของตัวเองมาช่วยอุดหนุน ส่วนเหตุผลที่น้องแบงค์มาขายนมเปรี้ยวนั้น เป็นเพราะว่าต้องการหารายได้ไปใช้แข่งว่ายน้ำที่ จ.ขอนแก่น ในวันที่ 20-21 ธันวาคมนี้ เนื่องจากพ่อแม่มีภาระค่าใช้จ่ายมาก ไม่สามารถส่งตัวเองไปแข่งขันได้ จึงเก็บเงินไปแข่งขันเอง เพื่อที่จะนำรางวัลมาเป็นของขวัญวันเกิดให้พ่อ

ส่วนครอบครัวของน้องแบงค์นั้น คุณพ่อขายลูกชิ้น คุณแม่รับจ้างจำหน่ายนมเปรี้ยว น้องแบงค์เลยนำสินค้าของคุณแม่มาขาย กำไรได้ขวดละ 4 บาท ซึ่งน้องแบงค์จะแบ่งกำไร 1 บาท ไปซื้อนมผงและผ้าอ้อมให้น้องวัย 2 ขวบ ส่วนอีก 3 บาทที่เหลือ ก็จะเก็บไว้ใช้จ่ายในการซ้อมและแข่งว่ายน้ำ ซึ่งการแข่งขันว่ายน้ำในสโมสรนั้น ผู้ปกครองจะต้องเสียค่าใช้จ่ายเอง ประมาณ 3,000-8,000 บาทต่อครั้ง

แต่ทั้งนี้ ความฝันของ “น้องแบงค์” ก็ ใกล้จะสำเร็จแล้วล่ะค่ะ เพราะล่าสุดทาง (25 พฤศจิกายน 2557) ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุบลราชธานี เขต 1 พร้อมคณะครู ได้ร่วมกันมอบทุนการศึกษาให้กับน้องแบงค์แล้ว เป็นใช้เป็นทุนในการว่ายน้ำและเป็นขวัญกำลังใจให้น้องแบงค์ เด็กดีคนนี้ต่อไป

ยังไงก็ขอเอาใจช่วยน้องแบงค์ด้วยนะคะ ขอให้ว่ายน้ำชนะ และจะได้นำเหรียญไปเป็นของขวัญวันเกิดให้คุณพ่อ สู้ ๆ นะจ๊ะ

ที่มาข่าว kapook

ลูกจ้างเก่าทวงเงินค่าจ้าง ถูกยิงดับคาห้องพัก จนท. เร่งตรวจสอบหาสาเหตุและติดตามตัวผู้ต้องหามาดำเนินคดี

วันนี้ (23 พฤศจิายน 2557) พ.ต.ท. ชยุต ไหมหรือ พนักงานสอบสวน สภ.สำโรงเหนือ รับแจ้งเหตุยิงกันตายที่อพาร์ตเมนต์ไม่มีชื่อ เลขที่ 1449 หมู่ 4 ซอย ด่านสำโรง 22 ต.สำโรงเหนือ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ จึงรุดตรวจจุดเกิดเหตุพร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง

ทั้งนี้ที่เกิดเหตุเป็นอพาร์ตเมนต์ สูง 4 ชั้น ภายในห้อง ที่ 26 หน้าห้องน้ำพบศพ นายสมพร ไม่ทราบนามสกุล สัญชาติลาว อายุประมาณ 25 ปี สภาพนอนหงาย สวมเสื้อยืดสีขาว กางเกงยีนส์ ถูกยิงด้วยอาวุธปืนไม่ทราบขนาด เข้าที่บริเวณใต้ตาขวา 1 นัด กระสุนฝังใน และบริเวณคอ 1 นัด กระสุนเจาะทะลุท้ายทอย นอกจากนี้ ยังพบหัวกระสุนขนาด .38 อยู่ที่พื้น 1 หัว โทรศัพท์มือถือยี่ห้อซัมซุงในกล่องไปรษณีย์ ตกอยู่ 1 เครื่อง จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน

จากการสอบถามพยานทราบว่า ผู้ตายเคยเป็นลูกน้องเก่าของผู้ก่อเหตุ ทราบชื่อ นายพิทักษ์ชัย สุดตา อายุ 38 ปี ซึ่งเปิดธุรกิจรับเหมาติดตั้งแอร์ อยู่ภายในซอยดังกล่าว ซึ่งห่างจากที่เกิดเหตุประมาณ 50 เมตร ต่อมาผู้ตายได้ลาออกไปเป็นลูกจ้างร้ายขายก๋วยเตี๋ยวอยู่ย่านถนนเทพารักษ์ นายพิทักษ์ชัย ได้ติดค่าแรงผู้ตายนานกว่า 2 เดือน ก่อนหน้านี้ผู้ตายก็ได้พยายามทวงถามอยู่ตลอด แต่ก็ได้รับการปฏิเสธ กระทั่งก่อนเกิด เหตุผู้ตายได้เดินไปทวงค่าแรงจากนายพิทักษ์ชัย อีกครั้ง แต่นายพิทักษ์ชัย ยอมจ่ายแค่เพียงครึ่งเดียว ทำให้ผู้ตายไม่พอใจ ก่อนที่ทั้งคู่จะเกิดการโต้เถียงกันไปมา กระทั่งเหตุการณ์สงบ ผู้ตายจึงเดินกลับไปที่ห้องพัก ต่อมานายพิทักษ์ชัย ได้เดินขึ้นไปบนห้องพักของผู้ตายและชักอาวุธปืนจ่อยิงจนถึงแก่ชีวิต และวิ่งออกมาจากที่เกิดเหตุหลบหนี
ไปอย่างรวดเร็ว

ด้าน พ.ต.อ. ภูมินทร์ สิงหสุต ผกก.สภ.สำโรงเหนือ กล่าวว่า ขณะนี้ได้มอบหมายให้ชุดสืบสวนออกติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีแล้ว เชื่อว่ายังคงหลบหนีไปไหนไม่ไกล

ที่มาข่าว kapook

,

ตำรวจระดมพลไล่ล่า พล บ้านแพรก ซิ่งเก๋งหนีด่านตรวจ แต่ตกท้องนา นั่งอยู่ในรถนาน 20 นาที ก่อนกลืนยาบ้าหนีความผิด

เมื่อเวลา 04.30 น. ของวันนี้ (21 พฤศจิกายน 2557) เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทางหลวงถนนสายเอเชีย  ต.บ้านอิฐ อ.เมืองอ่างทอง จ.อ่างทอง แจ้งว่า ระหว่างปฏิบัติหน้าที่อยู่ มีรถเก๋งยี่ห้อ ฮอนด้า ซิตี้ สีดำ หมายเลข กง-8306 อ่างทอง ขับมาแล้วมีท่าทีพิรุธ เนื่องจากขับมาเจอเจ้าหน้าที่ตำรวจได้หักหลบเลี้ยวหนีทันที จึงได้ประสานกับเจ้าหน้าที่  สภ.ไชโย สภ.เมืองอ่างทอง และ สภ.บ้านแพรก ออกสกัดจับรถดังกล่าว

ทั้งนี้คนร้ายขับรถด้วยความเร็วประกอบกับเส้นทางเป็นทางคดเคี้ยว รถของคนร้ายจึงเสียหลักตกลงไปในทุ่งนา บริเวณหมู่ที่ 12 ต.บ้านข่อย อ.เมือง จ.ลพบุรี ซึ่งคนร้ายไม่ยอมลงจากรถนั่งซุ่มอยู่ในรถนานกว่า 20 นาที กว่าจะลงมา ทราบชื่อคือ “นายชินพล อัสดา” หรือ “พล บ้านแพรก” อายุ 38 ปี อยู่ ต.สำพะเนียง อ.บ้านแพรก จ.พระนครศรีอยุธยา มีอาชีพเก็บกล่องพัสดุไปรษณีย์อยู่ที่บ้าน

จากการสอบสวน “พล บ้านแพรก” ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุได้เดินทางออกจากบ้านเพื่อมาซื้อของและไปหาเพื่อนที่ อ.เมืองอ่างทอง และเมื่อขับมาเจอกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ก็กลัวเจ้าหน้าที่จะจับตรวจปัสสาวะ เนื่องจากตัวเองนั้นเพิ่งเสพยาบ้ามา จึงตัดสินใจขับรถหลบหนี ส่วนตนนั้นมียาบ้าติดตัวมาด้วย 2 เม็ด ซึ่งขณะที่รถเสียหลักตกลงไป ก็ตัดสินใจกลืนยาบ้าลงไปในท้อง

ขณะที่ เจ้าหน้าที่ตำรวจ กล่าวว่า จากการตรวจค้นภายในรถ พบเศษยาไอซ์กระจัดกระจายอยู่จำนวนหนึ่ง นอกจากนั้นยังพบอุปกรณ์เสพยาด้วย ซึ่งจากสอบสวนประวัติของ  “พล บ้านแพรก”  พบว่า มีพฤติกรรมลักลอบจำหน่ายยาบ้าให้กับกลุ่มลูกค้าในละแวกดังกล่าว ซึ่งเจ้าหน้าที่ สภ.บ้านแพรก ได้เข้าไปตรวจค้นที่บ้านพักอยู่บ่อยครั้ง  ส่วนเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเขตใน อ.เมืองอ่างทอง เบื้องต้นจะนำตัวส่ง สภ.เมืองอ่างทอง เพื่อให้สอบสวนดำเนินคดีต่อไป

ที่มาข่าว kapook.com

, ,

ซานิ นิภาภรณ์ สุดแฮปปี้งานรุมเพียบ รับเคยขอผู้ใหญ่ไปทำงานเบื้องหลังเป็นแอ็คติ้งโค้ช ผู้จัดละคร แต่ไม่ได้รับอนุมัติและคิดว่าตัวเองยังไม่เก่งพอ

เรียกได้ว่าตอนนี้งานกำลังหลั่งไหลเข้ามาหาไม่หยุดเลยทีเดียว สำหรับนักร้องสาว ซานิ AF6 หรือ ซานิ นิภาภรณ์ ที่นับวันยิ่งสวยวันสวยคืน ล่าสุด (17 พฤศจิกายน 2557) ได้เจอตัวซานิในงานเปิดตัวกล่องพัสดุราคาถูกสินค้าตัวใหม่ของบริษัทเอกชนเเห่งหนึ่ง เลยขออัพเดทผลงานกันซะหน่อยว่าตอนนี้กำลังมีผลงานอะไรอยู่บ้าง ซึ่งสาวซานิ ก็บอกว่า ตอนนี้ถ่ายละครจบไปหนึ่ง เรื่องแล้ว ชื่อเรื่องสี่หล่อขอสืบ แล้วก็มีถ่ายละครเรื่องสายลับสะบัดช่อ ก็คิดว่าช่วงนี้เหมือนโชคดีมากที่ทางผู้จัดเห็นพ้องต้องกันว่าให้เล่นที เดียวเลยแล้วกัน คิดว่าน่าจะเป็นเพราะความบ้า เนื่องจากทุกคาแรคเตอร์ที่เราได้รับจะซ่อนความตลก ความแสบตลอด

แต่ ถ้ามีโอกาสก็อยากทำเบื้องหลัง แต่คงยังไม่ถึงขั้นเป็นผู้จัด อยากเป็นตัวช่วยอย่างแอ็คติ้งโค้ช พอเราเห็นบางตัวละครก็อยากให้เล่นเพิ่มอีก ซึ่งที่อยากเป็นเพราะว่าเกิดจากผู้จัดหรือผู้กำกับเก่ง ๆ ที่เราเคยร่วมงานกัน พอเห็นเค้าทำงานเป็นมืออาชีพเราก็อยากทำงานไปด้วย ก็เคยขอผู้ใหญ่เหมือนกันแต่เขาก็บอกว่าเบื้องหน้าเราก็ยังทำได้อยู่ คือการเป็นผู้จัดมันยากมาก เราเองยังไม่เก่งเท่าพี่แอน ทองประสม ยังคงต้องสั่งสมประสบการณ์อีกเยอะ ๆ

ที่มาข่าว kapook.com

, ,

ชายอเมริกันเมาหลับคารางรถไฟ รอดปาฏิหาริย์หลังถูกรถไฟทับ ก่อนเจอถูกปรับไปตามระเบียบ ด้านบริษัทรถไฟวอนประชาชนคำนึงถึงความปลอดภัย ไม่เข้าใกล้รางรถไฟด้วย

วันที่ 12 พฤศจิกายน 2557 เว็บไซต์เมโทร มีรายงานเรื่องสุดอึ้ง เมื่อชายอเมริกันรายหนึ่งรอดชีวิตอย่างปาฏิหาริย์ หลังถูกรถไฟแล่นทับ เหตุเพราะเจ้าตัวเมาหลับไปบนรางรถไฟ ในรัฐเซาท์แคโรไลนา สหรัฐฯ

ดูเหมือนว่าชายคนนี้จะเมามากจริง ๆ จนถึงขั้นที่ทำให้เขาไม่ได้ยินแม้กระทั่งเสียงของขบวนรถไฟที่วิ่งตรงเข้ามา ใกล้ กระทั่งทับร่างของเขา ก่อนที่จากนั้นคนขับรถไฟจะเรียกเจ้าหน้าที่ตำรวจมายังที่เกิดเหตุเนื่องจาก รู้สึกเหมือนกับรถไฟได้วิ่งทับใครสักคน

เมื่อ เจ้าหน้าที่มาถึงก็พบร่างของชายคนนี้เมาหลับอยู่ใต้ตู้สัมภาระสำหรับขนกล่องกระดาษลูกฟูกตู้ที่ 3 และไม่รู้สึกตัวตื่นจนกระทั่งเจ้าหน้าที่เข้ามาปลุก ก่อนพาตัวเขาไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลต่อไป ซึ่งแน่นอนว่าเรื่องในครั้งนี้ก็ทำให้ชายขี้เมารายนี้เจอใบสั่งไปตามระเบียบ ฐานเมาในที่สาธารณะและรุกล้ำพื้นที่

ทั้งนี้บริษัทรถไฟยังได้ฝากไปถึงประชาชน ให้ทำความเข้าใจว่าทรัพย์สินของการรถไฟเป็นทรัพย์สินเอกชน การยืน เดิน หรือขับขี่บริเวณใกล้รางรถไฟล้วนเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย และเป็นอันตรายอย่างมาก ทั้งนี้ทางบริษัทขอให้คนเดินเท้าอยู่ให้ห่างจากรางรถไฟ ด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัยส่วนบุคคล รวมทั้งฝากเตือนไปยังผู้ขับขี้ให้ใช้ความระมัดระวังขณะข้ามทางรถไฟด้วย

ที่มาข่าว kapook.com

, ,

หนุ่มจีนทุ่มเงิน 2.6 ล้านบาท ซื้อ iPhone6 จำนวน 99 เครื่องใส่กล่องพัสดุราคาถูก มาเรียงเป็นรูปหัวใจเพื่อรอสารภาพรักสาว

วันที่ 9 พฤศจิกายน 2557 เว็บไซต์เซี่ยงไฮ้อีสท์ ได้เผยภาพการสารภาพรักที่แสนจะทุ่มทุนของหนุ่มจีนรายหนึ่ง จากเมืองกวางโจว ซึ่งยอมทุ่มเงินถึง 5 แสนหยวน (ราว 2.6 ล้านบาท) มาเพื่อซื้อ iPhone6 จำนวน 99 เครื่อง มาจัดฉากสร้างสถานที่สารภาพรักอันน่าประทับใจ ในความคิดของเขา

รายงานระบุว่า พ่อหนุ่มรายนี้ทำงานอยู่ในบริษัทเกมแห่งหนึ่ง และได้เวลานานถึง 2 ปีเพื่อเก็บออมเงินจำนวนดังกล่าว จากนั้นเขาได้อาศัยช่วงพักระหว่างทำงาน นำ Phone6 ทั้ง 99 เครื่องมาวางเรียงกันเป็นรูปหัวใจบริเวณกลางที่จอดรถของบริษัท เพื่อรอสารภาพรักต่อเพื่อนร่วมงานสาวที่หมายปอง

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าสาวคนดังกล่าวจะยอมออกมาหาเขาหลังจากถูกเพื่อนร่วมงานคนอื่น ๆ โน้มน้าวและกดดัน แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ยังคงไม่ได้ให้คำตอบแก่เขาในทันที

ที่มาข่าว kapook

,

พระวัดหนองปรือ จ.กำแพงเพชร เลี้ยงตัวอ้นในวัดกว่า 10 ตัว หลังไปพบว่าชาวบ้านกำลังฆ่า จนกลายเป็นสัตว์เลี้ยงที่เชื่องและเป็นที่รักของชาวบ้าน

วันนี้ (3 พฤศจิกายน 2557) รายการเรื่องเล่าเช้านี้ ทางช่อง 3 รายงานว่า พระวัดหนองปรือ จ.กำแพงเพชร เอาตัวอ้นมาเลี้ยง หลังไปพบคนหาของป่ากำลังจะฆ่า จึงได้ตัดสินใจซื้อใส่ซองขยายข้างมา ทราบชื่อคือ พระอธิการ กรวิชญ์ ซึ่งเล่าให้ฟังว่า ก่อนหน้านี้ได้ออกไปเดินหาสมุนไพรตามป่า และไปพบกับชาวบ้านหาของป่าที่กำลังจะฆ่าตัวอ้น จึงตัดสินใจซื้อชีวิตต้วอ้นแล้วนำมาเลี้ยงเอาไว้ที่วัด จนปัจจุบันกลายเป็นสัตว์เลี้ยงที่เชื่องและเป็นที่รักของชาวบ้านโดยเฉพาะ เด็ก ๆ

การเลี้ยงดูตัวอ้นนั้น พระอธิการบอกว่า ได้จัดบ่อปูนที่ก่อขึ้นมาจากอิฐบล็อกสูงประมาณ 1.50 เมตร ให้เป็นที่อยู่ของตัวอ้น ส่วนอาหารที่ให้กินคือข้าวโพดกับมันแกวซึ่งตัวอ้นก็ชอบมาก โดยตัวอ้นที่เลี้ยงอยู่ตอนนี้มีมากกว่า 10 ตัว ซึ่งได้เลี้ยงดูมานานกว่า 6 ปีแล้ว แต่ละตัวก็จะยาวประมาณ 50 เซนติเมตร บางตัวมีน้ำหนักมากกว่า 8 กิโลกรัม

สำหรับตัว อ้นนั้น จะอาศัยขุดรูอยู่ในป่า โดยเฉพาะในป่าไผ่ ซึ่งในรูของตัวอ้นจะแบ่งเป็นห้องได้หลายห้อง เพื่อเอาไว้สำหรับเลี้ยงดูลูกอ่อนและเก็บอาหาร เพราะกินไผ่กับหน่อไม้เป็นอาหารหลัก และอาจจะกินผลไม้ที่หล่นตามพื้น นอกจากนี้ตัวอ้นยังเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองประเภท 1 อีกด้วย อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันก็เป็นที่น่าเป็นห่วงว่า ตัวอ้นอาจจะได้รับอันตรายจากชาวบ้าน เพราะบางคนเชื่อว่าตัวอ้นเป็นยาบำรุงร่างกาย จึงนิยมนำเอาไปทำอาหาร

 

ที่มาข่าว kapook.com

, ,

กลุ่มพ่อค้าแม่ค้ากล่องไปรษณีย์ ราคาถูกแผงลอย บนถนนสีลม ร้องนายกรัฐมนตรี ทบทวนคำสั่งห้ามขายของบนทางเท้าในช่วงกลางวัน ชี้ผู้ค้าส่วนใหญ่ก็มีภาระหนี้สิน

จากกรณีที่เจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ และ กทม. ได้ลงพื้นที่จัดระเบียบแผงค้าบนถนนสีลม โดยมีคำสั่งห้ามขายของบนทางเท้าช่วงกลางวัน แต่ให้ขายได้ช่วงกลางคืนได้ตั้งแต่เวลา 19.00-02.00 น. ตามที่ได้รายงานข่าวไปก่อนหน้านี้นั้น

ล่า สุด วันนี้ (2 พฤศจิกายน 2557) รายการเรื่องเล่าเสาร์-อาทิตย์ ช่อง 3 รายงานว่า นางวิไลรัตน์ วิเศษเจริญผล แม่ค้าขายของที่ถนนสีลม ได้กล่าวเปิดเผยถึงกรณีดังกล่าวว่า ได้รับความเดือดร้อนมากและอยากให้มีการทบทวนเรื่องการสั่งห้ามขายของอีก ครั้ง เนื่องจากช่วงเวลากลางวันเป็นช่วงเวลาที่ขายของได้ดีและผู้ค้าส่วนใหญ่ก็มี ภาระหนี้สิน จึงคิดว่าควรหาทางออกที่ดีกว่านี้ พร้อมบอกว่า พยายามทำความเข้าใจแล้วแต่ก็ไม่สามารถทำใจได้จริง ๆ จึงอยากขอความเห็นใจจากนายกรัฐมนตรีให้มีการทบทวนการจัดระเบียบใหม่

ด้าน ดร.วัลลภ สุวรรณดี ประธานที่ปรึกษาของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า ได้มีการให้เวลาผู้ค้ามาประมาณ 2 เดือนแล้ว และที่ไม่อนุญาตให้ค้าขายบนทางเท้านั้น ก็เพื่อให้สะดวกต่อประชาชนทั่วไป แต่ก็สามารถให้ขายในช่วงเวลากลางคืนได้ตั้งแต่เวลา 19.00-02.00 น. และต้องเก็บทำความสะอาดให้เรียบร้อยก่อนช่วงเช้า

ที่มาข่าว kapook

,

เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2557 มีรายงานว่า ในโลกออนไลน์ได้มีการแชร์คลิปจากเฟซบุ๊กของผู้ที่อ้างว่าเป็นอดีตพนักงานของ ค่ายโทรศัพท์มือถือรายใหญ่ ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่หญิงวัยกลางคนคนหนึ่งได้เข้าไปสอบถามราคากล่องไปรษณีย์ในศูนย์ แต่ถูกคิดเงินค่า SMS เกินไป 10 บาท ทำให้ลูกค้าไม่พอใจและขอให้เจ้าหน้าที่คืนเงินทั้งหมดให้ แต่เจ้าหน้าที่ได้ปฏิเสธ ก่อนที่ลูกค้าจะตอบโต้พนักงานด้วยเสียงอันดังโดยบทสนทนาแบบคร่าว ๆ ในคลิป มีดังนี้

              พนักงาน : ปกติเราคืนเป็นเงินสดแต่ตอนนี้เราไม่มีคืนให้แล้วนะคะ
              ลูกค้า : ไม่มีคืนเอาเงินพวกคุณคืนมา เพราะคุณกินเงินเดือนบริษัท มันเปลืองเงินบริษัท เปลืองงบประมาณบริษัท
              พนักงาน : คือตอนนี้ คุณฟังนิดนึงนะคะ คุณโดนหักค่า SMS ไปแค่ 10 บาท ถูกต้องไหมคะ คุณจะมาเก็บ 5,000 มันเป็นไปไม่ได้อะค่ะ
              ลูกค้า : ไม่ถูก มันเกิน มันเกินจากนั้น งั้นบริษัท เจ้าของบริษัท หักเงินเดือนพนักงานทุกคน คนละ 10 เปอร์เซ็นต์ มาเป็นกองกลางสำหรับเซอร์วิสลูกค้า
              จากนั้นได้มีเสียงพนักงานบอกให้ลูกค้าเงียบก่อน คือถ้าลูกค้ายังไม่สงบ เราจะไม่คุย จะเรียกเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเข้ามา และมีเสียงแทรกปนหัวเราะมาจากพนักงานอีกว่า “ความดันจะขึ้นเอานะ จะ 200 แล้วนะ ความดันตอนนี้” ส่วนพนักงานอีกรายก็ยืนยันว่าก่อนหน้านี้เราคุยกันดี ๆ นะคะ ในขณะที่ลูกค้ารายดังกล่าวตอบโต้ว่า ให้เรียก รปภ. มาเลย เรียกตำรวจมายิ่งดี “ดิฉันไม่ออก ยังไงก็ไม่ออก ดิฉันก็คุยดี แต่ทางคุณคุยไม่ดีกับดิฉันก่อน”
             ทั้งนี้เมื่อคลิปดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไปในโลกออนไลน์ ก็ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์เป็นอย่างมากจากชาวเน็ต โดยส่วนหนึ่งมองว่าลูกค้าโวยวายมากไป ทำพฤติกรรมเสียงดัง ไม่เหมาะสม ในขณะที่อีกส่วนมองว่า หากพนักงานปฏิบัติกับลูกค้าดีจริง ลูกค้าก็ไม่น่าจะโวยวายมากขนาดนี้ อีกทั้งคลิปดังกล่าวก็ตัดมาแค่บางส่วน คือหลังจากที่ลูกค้าโวยวายแล้ว ไม่มีภาพเหตุการณ์ตั้งแต่ต้น ทำให้ไม่อาจรู้ได้ว่าข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นเป็นอย่างไร และพนักงานก็ไม่ควรแอบถ่ายคลิปลูกค้ามาโพสต์ประจานแบบนี้ด้วย
ที่มาข่าว     kapook
, ,

ปุ๊กลุ๊ก ฝนทิพย์ ปัดถ่านไฟเก่าคุ ยันไม่รีเทิร์น วี วีรภาพ หลังหลายคนสังเกตโพสต์เชียร์ละครของฝ่ายชายบ่อย เผยเป็นละครของต้นสังกัด เรื่องไหนก็เชียร์ทั้งนั้น

ทำเอาหลายคนแอบลุ้นกันตัวโก่ง เมื่อสาวสวยตาคมอย่าง ปุ๊กลุ๊ก ฝนทิพย์ โพสต์อินสตาแกรมเชียร์ละคร “กุหลาบเล่นไฟ” ที่ วี วีรภาพ อดีตคนรักเก่าเล่นเป็นพระเอก แบบถี่ซะเหลือเกิน งานนี้หลายคนก็เลยแอบสงสัยว่า เอ..หรือสาวปุ๊กลุ๊กกำลังรีเทิร์นรักกับหนุ่มวีหรือเปล่าเนี่ย

ล่าสุด (23 ตุลาคม 2557) สาวปุ๊กลุ๊กก็ออกมาชี้แจงแถลงไขในเรื่องนี้ โดยบอกว่า เธอไม่ได้สร้างกระแสรีเทิร์นกับพี่วีอะไรทั้งนั้น แต่ที่โพสต์ละครเรื่องนี้ก็เพราะเป็นละครของทางต้นสังกัด ไม่ว่าจะละครเรื่องไหนเธอก็โพสต์เชียร์และตามดูทั้งหมด ไม่ได้ทำเพราะหวังลมพัดหวนแต่อย่างใด ส่วนกับพี่วีต่างคนต่างอยู่ เป็นได้แค่พี่ชายเท่านั้น และเธอก็มีหนุ่มเจ้าของธุรกิจกล่องพัสดุ ราคาถูกคนใหม่คุยด้วยแล้ว

อ๊ะ อ๊ะ ขาเม้าท์ทราบแล้วเปลี่ยน ! ปุ๊กลุ๊ก วีรภาพ คู่นี้ไม่มีรักรีเทิร์นนะจ๊ะขอบอก

ที่มาข่าว kapook

,
สั่งเลย