รักยิ่งใหญ่จากชายคนหนึ่ง! จำใจออกจากงาน ดูแลคนรักล้มป่วยพิการอย่างใกล้ชิด

Written on November 30, 2016 at 9:15 am, by admin

รักยิ่งใหญ่จากชายคนหนึ่ง! จำใจออกจากงาน ดูแลคนรักล้มป่วยพิการอย่างใกล้ชิด

Workpint TV

สนับสนุนเนื้อหา

หนุ่มสกลนครลาออกจากงานบริษัทผลิตกล่องกระดาษกล่องไปรษณีย์คุณภาพดี ดูเเลภรรยาสาวป่วยพิการ ที่ไม่สามารถพูดเเละขยับตัวได้หลังจากคลอดลูกเมื่อต้นปี ยืนยันจะดูเเลตลอดไป เเม้จะต้องลำบากลำบน ก็ยังรัก เเละไม่ทอดทิ้งเด็ดขาด

ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยเรื่องราวของคู่หนุ่มสาว ชาว จ.สกลนคร คู่หนึ่ง ที่เมื่อวันที่ 2 กพ. 59 ได้คลอดพยานรักออกมาลืมตาดูโลก เป็นเพศหญิง ชื่อน้องมะปราง ได้สร้างความปลาบปลื้มใจต่อผู้เป็นพ่อแม่รวมถึงตายายเป็นอย่างมาก

แต่แล้วทั้งสองกลับต้องประสบชะตากรรมที่ไม่คาดคิด เมื่อฝ่ายหญิงพักรักษาตัวหลังคลอดที่โรงพยาบาล อ.อากาศอำนวย จ.สกลนคร ได้เพียง 3 วัน กลับต้องล้มป่วยลงด้วยอาการไม่ทราบสาเหตุ จู่ๆ ท้องบวมโต ลิ้นแข็ง ทางญาติเห็นท่าไม่ไหวจึงต้องรีบส่งต่อโรงพยาบาลศูนย์สกลนคร

แต่ปรากฏว่าก่อนถึงมือหมอ มีอาการหมดสติและหยุดหายใจ เป็นผลให้สมองขาดออกซิเจนไปกว่า 4 นาที ต้องยื้อชีวิตกลับคืนมา แต่ก็ต้องนอนห้องไอซียูนานกว่า 3 เดือน แม้รอดมาได้ ปรากฎว่าสมองบางส่วนบกพร่องจากการขาดออกซิเจน ร่างกายไม่สามารถพูดหรือขยับตัวได้ กลายเป็นคนพิการในทันที

เเละเมื่อวันที่ 29 พ.ย. 59 ผู้สื่อข่าวจึงเดินทางไป ที่ 245 ม.8 บ.นาเมือง อ.อากาศอำนวย อ.อากาศอำนวย จ.สกลนคร ซึ่งเป็นบ้านทั้งคู่ พบนางสาวศรีสุภาวรรณ ต้นสารี อายุ 22 ปี นอนอยู่เตียง บริเวณจมูกมีอุปกรณ์การแพทย์ติดไว้อยู่ ส่วนลำคอมีการเจาะช่องคอไว้ สำหรับการดูดเสมหะ ไม่สามารถรับรู้อะไรได้ โดยมีนายวีรพงษ์ วงศ์ราชา อายุ 30 ปี ซึ่งเป็นสามี กำลังอุ้มพยานรัก คือ ด.ญ.มะปราง วัย 9 เดือน คอยป้อนนมลูกและเฝ้าดูแล น.ส.ศรีสุภาวรรณ อย่างใกล้ชิด แม้จะเหน็ดเหนื่อยเพียงใดก็ไม่ทำให้ผู้เป็นสามีรู้สึกท้อแท้

 

วีรพงษ์กล่าวว่า ภายหลังภรรยาได้คลอดลูกและล้มป่วยลง งานประจำที่ทำอยู่กับบริษัทผลิตกล่องกระดาษกล่องไปรษณีย์คุณภาพดีราคาถูกซึ่งมีเงินเดือนเพียงเดือนละ 6,000 บาท ก็ต้องขาดรายได้ไป เพราะไม่สามารถกลับไปทำงานเช่นเดิมได้ ตอนแรกตั้งหลักไม่ทันเช่นกัน หวังว่าจะใช้ชีวิตคู่ร่วมกันอย่างมีความสุข แต่กลับต้องมีเรื่องราวที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้น

ตนต้องดูแลลูกสาวและดูแลภรรยาที่ป่วยพิการไปพร้อมกัน จนจะเกือบ 1 ปีแล้ว แต่ยังโชคดีที่มีแม่ของภรรยาคอยช่วยเลี้ยงลูกและแบ่งเบาภาระ พร้อมกับมี จนท.รพ.อากาศอำนวย คอยออกมาให้คำแนะนำสม่ำเสมอเพื่อรักษาอาการให้ดีขึ้น

นายวีรพงษ์กล่าวอีกว่า ทุกวันนี้ไม่มีรายได้ อยากจะทำงานเพื่อหาเงินเช่นกัน แต่ไปทำงานไม่ได้ ต้องดูแลภรรยาอย่างใกล้ชิด เพราะภรรยาจะมีเสลดอุดที่หลอดลมอยู่เสมอ ต้องใช้เครื่องและสอดท่อเข้าไปบริเวณลำคอเพื่อดูดเสมหะออก

“ทุกครั้งที่ทำรู้สึกหดหู่มากอยากจะเจ็บแทนภรรยา เห็นได้จากการดิ้นทุรนทุราย จึงภาวนาให้เกิดปาฎิหาริย์ให้ภรรยากลับมาเป็นปกติ ทุกวันนี้ได้แต่บอกรักและหอมแก้มทุกวัน ส่วนเขาจะรับรู้หรือไม่ เราไม่ทราบ แต่เรายังรักเขาอยู่ จะดูแลตลอดไปแม้จะเป็นอย่างไรก็ตาม แต่ตนเชื่อว่าเวลาเราบอกรักภรรยาเขาคงรับรู้ เพราะเวลาจะหอมแก้มภรรยาจะพยายามยกแก้มมาซบหน้าตน เหมือนบอกว่า เราจะไม่ทิ้งกัน” นายวีรพงษ์กล่าว

ทั้งนี้จึงอยากวอนสังคมได้ช่วยเหลือ เช่น เสื้อผ้าลูก นมผง แพมเพิร์ส และค่าใช้จ่ายบางส่วน เพราะต้องใช้เดินทางไปพบหมอทุกอาทิตย์ ผู้ใจบุญที่อยากช่วยเหลือ ได้ที่ บัญชี 444-0-476945-5 น.ส.ศรีสุภาวรรณ ต้นสารี ธนาคารกรุงไทย สาขาอากาศอำนวย หรือ โทร 082-8530659

หนุ่มสักหนุมานทั้งตัวเปิดประตูรถหนีตร. ก่อนถูกชนตายกลางถนน

Written on November 21, 2016 at 2:20 am, by admin

ahr0cdovl3blmi5pc2fub29rlmnvbs9ucy8wl3vklzqymc8ymta0nzm0lzeuanbn-1

หนุ่มสักหนุมานทั้งตัว เปิดประตูรถยนต์กระบะ วิ่งข้ามถนนหนีตำรวจ เจอรถกระบะอีกคันชนตายกลางถนน ตำรวจทางหลวงตามหลังเห็นเหตุการณ์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (20 พ.ย.) สภ.เมืองตรัง รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุรถกระบะชนคนเสียชีวิต ที่ถนนเลี่ยงเมือง 419 บนภูเขา พื้นที่หมู่ที่ 1 ต.บ้านโพธิ์ อ.เมือง จ.ตรัง จึงประสานหน่วยกู้ภัยมูลนิธิกุศลสถานตรัง ไปตรวจยังที่เกิดเหตุ

ที่เกิดเหตุพบรถเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวง ซึ่งเดินทางมาจาก จ.ภูเก็ต เพื่อไปยัง จ.สงขลา ประสบเหตุ ได้ยืนอำนวยความสะดวกรถที่แล่นผ่านไปมา เพราะพื้นที่ดังกล่าวเป็นภูเขาสูง อีกทั้งร่างผู้เสียชีวิตนอนกลางถนน ใกล้กันประมาณ 4 เมตร พบรถยนต์ กระบอีซูซุ ทะเบียน บต 985 ตรัง สภาพไปส่องสว่างหน้าด้านซ้ายแตก คนขับรถคันดังกล่าวชื่อ นายประเสริฐ อายุ 60 ปี

ห่างออกไป อีกประมาณ 80 เมตรพบรถยนต์กระบะโตโยต้าวีโก้ ทะเลียน บบ 853 ตรัง จอดชิดซ้ายของถนนประตูคนขับทางขวาเปิดออก เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการสอบสวน พบว่า รถยนต์กระบะที่ขับโดย นายประเสริฐ วิ่งมาจากบ้านพัก ม.1 ต.บ้านโพธิ์ อ.เมือง เพื่อเดินทางเข้าตัวเมืองตรัง มาด้วยกัน 4 คน

เมื่อวิ่งใกล้ถึงที่เกิดเหตุ รถเก๋งตำรวจทางหลวง วิ่งตามหลังตนเอง ทันใดนั้นรถกระบะโตโยต้าทะเบียน บบ 853 ตรัง ขับจอดชิดซ้ายและคนขับเป็นชายวัยรุ่น เปิดประตูด้านคนขับวิ่งตัดหน้าเพื่อข้ามถนน ทำให้รถยนต์กระบะที่นายประเสริฐ ชนตรงไฟหน้าส่องสว่างด้านซ้าย

ร่างของชายวัยรุ่นติดไปกับรถยนต์กระบะ เมื่อหยุดรถร่างก็ร่วงลงถนนจนเสียชีวิตเลือดนองพื้นถนน ทราบชื่อ ผู้เสียชีวิต นายปฏิภาณ ไม่ทราบอายุ ต่อจากนั้นแพทย์ รพ.ศูนย์ตรัง ได้มาทำการชันสูตรพลิกศพ ผู้ตายมีรอยสักยันต์ตามร่างกายๆ มากมาย มีหนุมานคลุกฝุ่น ทั้งแผ่นหลัง และตามขาแขน

นายประเสริฐ กล่าวว่า ขณะที่ตนขับรถยนต์กระบะมีภรรยาและลูก ๆ รวม 4 คนเดินทางจากบ้านพักเพื่อจะเข้าตัวเมืองตรังไปซื้อกล่องไปรษณีย์ เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุ รถตำรวจทางหลวงทราบว่าเดินทางมาจาก จ.ภูเก็ต เพื่อไป จ.สงขลา กลับรถ ตามหลังรถของตน

ขณะนั้นรถยนต์กระบะ โตโยต้า ที่ขับโดยผู้ตายซึ่งเดินทางมาคนเดียวขับรถจอดชิดซ้าย แล้วเปิดประตูด้านคนขับวิ่งเพื่อจะข้ามถนนแบบกระชั้นชิด ตนเองไม่ทันได้เหยียบเบรกชนกับผู้ตายอย่างแรงจนร่างติดฝากระโปรงหน้ารถ จนตนเองชะลอความเร็วและจอดร่างของชายหนุ่มคนนี้ก็ตกลงกับพื้นทันทีและเสียชีวิต

ขณะนั้นมีรถเก๋งตำรวจทางหลวง ขับตามหลังตนมาประสบเหตุจึงทำการอำนวยความสะดวกรถที่ผ่านไปมา เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงแจ้งกับตนว่า มีภาพวงจรปิดเพราะติดตั้งกล้องหน้ารถไว้ ต่อจากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงรีบเดินทางไป จ.สงขลา ทันที

นายประเสริฐ กล่าวอีกว่า ผู้ตายคงตกใจกลัวรถเก๋งตำรวจทางหลวงอีกหนึ่งคันที่เรียกรถบรรทุกตรวจอยู่ข้างหน้า และรถเก๋งตำรวจทางหลวงอีกคันที่ขับรถตามหลัง ทำให้นายปฏิภาณตกใจคิดว่าตำรวจตั้งด่าน จึงจอดรถชิดซ้ายเปิดประตูวิ่งหนีข้ามถนนชนกับรถยนต์ที่ตนขับอย่างแรงจนเสียชีวิต จังหวะนี้ไม่มีใครเบรกหรือหยุดได้ทันเพราะผู้ตายวิ่งหนีข้ามถนนอย่างกระชัดชิดมาก

  • Comments Off on หนุ่มสักหนุมานทั้งตัวเปิดประตูรถหนีตร. ก่อนถูกชนตายกลางถนน
  • ข่าวประจำวัน

น็อต อัครณัฐ แถลงเปิดใจกรณีคดีฉาว #กราบรถ

Written on November 14, 2016 at 4:55 am, by admin

ahr0cdovl3blmi5pc2fub29rlmnvbs9ucy8wl3vklzqymc8ymtaxmtuwlzquanbn

วันนี้ (14 พ.ย.) พิธีกรหนุ่ม น็อต อัครณัฐ ที่ตกเป็นคดีดังในสังคมและถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักกับพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมชกคู่กรณี หนุ่มขี่มอเตอร์ไซค์ที่กลับจากการไปซื้อกล่องไปรษณีย์จนดั้งจมูกหัก ทั้งนี้ เจ้าตัวได้ขอโทษกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับคู่กรณี ส่วนด้านคดีความให้เป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ตำรวจ

ล่าสุด น็อต อัครณัฐ ได้เปิดใจแถลงข่าวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมด ที่ สน.ยานนาวา โดยมีสื่อมวลชนให้ความสนใจมาทำข่าวเป็นจำนวนมาก

ติดตามคำเปิดใจของ น็อต อัครณัฐ ได้ตามกำหนดเวลา 12.00 น.

“อาร์ต พศุตม์” เป็นปลื้ม คนชม เจอตุ๊กตุ๊กเฉี่ยว แต่ไม่เอาเรื่อง

Written on November 7, 2016 at 4:51 am, by admin

ahr0cdovl3blms5pc2fub29rlmnvbs9ucy8wl3vklzqxos8ymdk3mji2lzeuanbn

กำลังเป็นประเด็นร้อนๆ มาแรงจริง สำหรับกรณี กราบรถกู ของหนุ่ม “น็อต อัครณัฐ” ซึ่งทำเอาหลายคนวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างหนัก โดยมีการยกเอาประเด็นของดาราอีกหลายคนที่เคยเจอเหตุการณ์รถถูกเฉี่ยวชนเช่นเดียวกัน แต่ไม่เอาเรื่องคู่กรณี ล่าสุด กรณีของพระเอกหนุ่ม “อาร์ต พศุตม์” ก็ถูกหยิบยกขึ้นมาชื่นชมกันอีกครั้ง

เมื่อมีคนเข้ามาแสดงความคิดเห็นว่า “อาร์ต พศุตม์ เค้าโดนรถตุ๊กๆที่ไปซื้อกล่องพัสดุเฉี่ยวรถเค้า ตุ๊กๆก็จะรับผิดชอบนะ แต่อาร์ตบอกว่าลุงไปเถอะ ไปทำมาหากินของลุง เดี๋ยวทางนี้ผมให้ประกันเคลียร์เอง แล้วจะบอกประกันเค้าเฉี่ยวเองด้วย น่ารักจริงๆ”

โดย อาร์ต พศุตม์ ซึ่งเห็นข้อความดังกล่าว ถึงกับแคปมาโพสต์ผ่านอินสตาแกรมพร้อมข้อความว่า ‘อ่านแล้วก็ ฮา ไม่คิดว่ามีคนเห็น การทำดี ตอนนั้น ตอนนี้มันออก มา เอง จาก กระแส “กราบรถกูสิ ” อ่านขำๆ นะ อย่าซีเรียส กัน’

  • Comments Off on “อาร์ต พศุตม์” เป็นปลื้ม คนชม เจอตุ๊กตุ๊กเฉี่ยว แต่ไม่เอาเรื่อง
  • ข่าวประจำวัน

ระทึก! คนร้ายชิงรถบรรทุก ซิ่งหนี-ชนกระหน่ำกลางเมือง

Written on October 28, 2016 at 8:53 am, by admin

ระทึก! คนร้ายชิงรถบรรทุก ซิ่งหนี-ชนกระหน่ำกลางเมือง

 

ไล่ล่าระทึก! คนร้ายชิงรถบรรทุกวัสดุก่อสร้าง ซิ่งหนีไม่ทราบสาเหตุ เฉี่ยวชนรถคันอื่นไปตามทาง ก่อนสิ้นฤทธิ์ที่ย่านสุทธิสารแถวโรงงานนำเข้าเครื่องปั๊มไดคัทจากญี่ปุ่น พลเมืองช่วยตะครุบจับ

(28 ต.ค.) เมื่อเวลาประมาณ 10.00 น. ที่ผ่านมา วิทยุ จส.100 ได้รับแจ้งเหตุระทึก บริเวณถนนสุทธิสารวินิจฉัย ย่านสะพานควาย มุ่งหน้าสุทธิสาร คนร้ายเป็นชายวัยกลางคน ได้ก่อเหตุขโมยรถบรรทุกวัสดุก่อสร้างจากร้านย่านพญาไท ก่อนจะขับหนีมาตามทาง พน้อมกับเฉี่ยวชนรถยนต์คันอื่นระเนระนาด

ตามรายงานระบุว่า คนร้ายเป็นชายวัยกลางคน ทราบชื่อในเวลาต่อมาคือ นายภูมิรักษ์ อายุ 35 ปี ได้ก่อเหตุขโมยรถบรรทุกวัสดุก่อสร้าง จากร้านค้าแห่งหนึ่งย่านพญาไท หลังจากที่โชเฟอร์คนขับได้จอดลงมาขนถ่ายสินค้า ก่อนที่จะคนร้ายจะเร่งเครื่องขับหนีไปตามทาง พร้อมกับแจ้ง สน.พญาไท ไล่ติดตาม

เจ้าหน้าที่ตำรวจตัดสินใจยิงเข้าที่ล้อรถบรรทุก แต่คนร้ายยังคงขับไปตามทางไม่หยุด ก่อนจะฝ่าไฟแดงที่แยกสะพานควายและพุ่งชนรถคนอื่นๆ อีกหลายคัน พร้อมกับมุ่งหน้าไปยังถนนสุทธิสารวินิจฉัย กระทั่งมาเฉี่ยวชนกับรถเมล์โดยสารประจำทางสาย 117 บริเวณปากซอยอินทามระ 9 จนไม่สามารถไปต่อไป คนร้ายพยายามหลบหนี แต่พลเมืองได้ช่วยกันไล่ตามจับเอาไว้ได้ เหตุการณ์จึงสิ้นสุดลง

อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ยังไม่ทราบถึงสาเหตุของเหตุการณ์ครั้งนี้ ขณะนี้อยู่ระหว่างรอสอบปากคำคนร้ายที่ก่อเหตุ ซึ่งได้รับบาดเจ็บเพราะถูกพลเมืองดีช่วยจับกุม

ขอบคุณภาพจาก Mr-jack , กู้ภัยบางซื่อ 002

ไล่ล่าระทึกหาดใหญ่ 2โจ๋แก๊งใบกระท่อมขับปิกอัพแหกด่าน สุดท้ายตร.ต้องยิงยางจนจนมุม

Written on October 20, 2016 at 9:00 am, by admin

maxresdefault

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เมื่อเวลา 23.00 น.วันที่ 19 ต.ค. ร.ต.ท.สมยศ มณีโชติ พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายป้องกันปราบปราม สภ.หาดใหญ่ จับกุมผู้ต้องหาได้ 2 คน บริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอหาดใหญ่ฝั่งตรงข้ามร้ายขายซองกันกระแทกและกล่องพัสดุ ผู้ต้องหาคือนายจักรภัทร สุรววณารัตน์ อายุ 23 ปีเป็นคนขับ นายทนงศักดิ์ ทองเอื้อ อายุ 22 ปี ภายในรถกระบะยี่ห้ออีซูซุ ทะเบียน ผท. 3707 สงขลา พบกระสอบปุ๋ยสีขาว 3 กระสอบ ภายในกระสอบพบพืชใบกระท่อม 15 กก. ยาแก้ไอ 199 ขวด สภาพด้านหน้ารถพังเสียหาย

รายงานข่าวว่า ขณะที่ตั้งด่านอยู่ที่ถนนสาครมงคล เขตเทศบาลนครหาดใหญ่ มีรถกระบะอีซูซุ สีบรอน ทะเบียน ผท 3707 สงขลา ขับฝ่าด่านตรวจ จึงได้ขับรถไล่และวิทยุเรียกกำลังเสริมมาสกัด นานกว่า 20 นาที ตำรวจได้ตัดสินใจยิงยางรถยนต์ คนร้ายไม่ยอมหยุดรถ แต่รถเสียหลักชนเข้าเกาะกลางถนนหน้าที่ว่าการอำเภอหาดใหญ่

จากการสอบสวนพบว่า เมื่อวันที่ 16 ต.ค. รถกระบะทะเบียน ผท 3707 สงขลา เคยขับฝ่าด่านตรวจที่บ้านควนลังที่ ซ. 41 ถ.เพชรเกษม ต.ควนลัง อ.หาดใหญ่ แล้วครั้งหนึ่ง จำทะเบียนรถยนต์ได้และผู้ต้องหาสารภาพว่าฝ่าด่านตรวจจริง

จากการสอบสวนทราบว่า ทั้งสองคนได้ขับรถกระบะมาจาก อ.รัตน์ภูมิ เพื่อมารับพืชใบกระท่อมและยาแก้ไอ บริเวณถนนลพบุรีราเมศวร์ ฝั่งบ้านโคกเมา เพื่อไปขายให้กับคนในพื้นที่ ต.คูหาใต้ อ.รัตภูมิ จ.สงขลา ตำรวจจับได้นำตัว 2 ผู้ต้องหาส่ง ร้อยเวรสภ.หาดใหญ่ เพื่อดำเนินคดีต่อไป

ตบะแตก!! เจ้าอาวาสวัดดัง นั่งก๊งเหล้า ไปกันใหญ่ออกปากอยากมาหาสาวเสิร์ฟ

Written on October 11, 2016 at 8:42 am, by admin

%e0%b8%94%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%99%e0%b9%8c%e0%b9%82%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%94-11

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

    วันที่ 11 ต.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ 10 ต.ค. ที่ผ่านมา ได้รับแจ้งจากชาวบ้านในตลาดสด เทศบาลตำบลระแงง อ.ศีขรภูมิ จ.สุรินทร์ ว่าได้มีพระสงฆ์รูปหนึ่ง เดินทางเข้ามาที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง ภายในเขตเทศบาลตำบลศีขรภูมิ ฝั่งตรงข้ามร้านขายกล่องไปรษณีย์ ราคาถูก ระหว่างนั้น เห็นชาวบ้านกำลังตั้งวงดื่มเหล้า จำนวน 3 คน พระสงฆ์ รูปดังกล่าวได้เข้าไปขอนั่งร่วมโต๊ะกับชาวบ้าน ชาวบ้านคนหนึ่ง ที่กำลังอยู่ในอาการมึนเมาพอสมควร ได้ลองเชิงพระสงฆ์รูปดังกล่าว ด้วยการนำเหล้ามารินให้จำนวน 1 แก้ว พระสงฆ์รูปนั้นก็ยกดื่ม จนถึงแก้วที่ 2 และแก้วที่ 3 ทำให้ชาวบ้านที่มาจับจ่ายซื้อของในร้าน เห็นเข้าถึงกับร้องบอกว่าพอแล้ว

ผู้สื่อข่าวจึงลงพื้นที่ตรวจสอบด้วยการใช้โทรศัพท์มือถือบันทึกภาพ และได้สอบถามว่า หลวงพ่อจำพรรษาอยู่วัดไหน หลวงพ่อที่กำลังมึนเมาได้ที่ จึงได้นำหลักฐาน ออกจากย่ามสีน้ำเงินมาแสดงให้ดู พร้อมกับยืนยันว่าตนเองได้บวชเป็นพระจริง จำพรรษาอยู่ที่วัดแห่งหนึ่ง ภายในเขตพื้นที่อำเภอศีขรภูมิ จังหวัดสุรินทร์ มานานร่วมหลายพรรษา และวันนี้ตนเองจะไปลงอุโบสถ ปลงอาบัติ จึงได้ถือโอกาสมาตลาดเพื่อที่จะรอลงอุโบสถเวลาบ่ายโมง และก็อยากจะมาหาเครื่องดื่มรอเวลา

จนกระทั่งมาพบชาวบ้านที่รู้จักกันชวนดื่มโดยให้ดื่มไปประมาณ 2-3 แก้ว ทำเอาหลวงพ่อเมาขาดสติ ถึงได้เปิดปากบอกว่า ตนเองบวช สอบได้ถึงนักธรรมชั้นเอก แต่บวชประจำพรรษามานาน ก็เลยอยากมาถอน จนเมา ตามที่ปรากฏในภาพและคลิปดังกล่าว

หลังจากที่พระรูปดังกล่าว ได้นำหลักฐานและเอกสารมายืนยันให้ผู้สื่อข่าวดู ชาวบ้านจึงได้พาไปขึ้นรถส่งกลับวัด แต่ในระหว่างที่จะกลับวัด พระรูปดังกล่าว ยังบ่นพึมพำอีกว่า บวชมานานแล้วเหงา เลย อยากมาหาสาวเสิร์ฟที่ร้านอาหารเพื่อที่จะได้คลายเครียดอีกด้วย

ทั้งนี้หลังจากการตรวจสอบพบว่า พระสงฆ์รูปดังกล่าว เป็นเจ้าอาวาสวัดแห่งหนึ่ง ตำบลขวาวใหญ่ อำเภอศีขรภูมิ จังหวัดสุรินทร์ และเป็นวัดชื่อดังของ อ.ศีรขรภูมิ มีนามว่า สร้อย มณีไสย์ หรือหลวงพ่อสร้อย สุธมโม อายุ 65 ปี

อย่างไรก็ตามผู้สื่อข่าวจะได้ติดตามความคืบหน้า ว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะดำเนินการอย่างไรต่อไป

เก๋งแซงไม่พ้นชนประสานงารถพ่วง ดับคาที่ 4 ศพ

Written on October 3, 2016 at 8:24 am, by admin

เก๋งแซงไม่พ้นชนประสานงารถพ่วง ดับคาที่ 4 ศพ

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (2 ต.ค.) เมื่อเวลา 19.30 น. สภ.เมืองนครพนม รับแจ้งอุบัติเหตุรถบรรทุกพ่วง ชนกับรถเก๋ง มีผู้เสียชีวิตจำนวนมากหน้า บ.บุญทะพานฟาร์มฝั่งตรงข้ามโรงงานผลิตกล่องไปรษณีย์ ในพื้นที่ ต.กุรุคุ อ.เมือง จ.นครพนม จึงเดินทางไปตรวจสอบพร้อมแพทย์เวร รพ.นครพนม กู้ชีพ อบ.กุรุคุ กู้ชีพ อบต.บ้านผึ้ง กู้ภัยนครพนม และเจ้าหน้าที่ ปภ.นครพนม

ที่เกิดเหตุบนถนนทางหลวงหมายเลข 22 สายนครพนม-สกลนคร ฝั่งขาออกตัวเมือง บ.หนองหญ้าไซ หมู่ 7 หลัก กม.ที่ 213-214 หน้าบริษัท บุญทะพานฟาร์ม จำกัด พบรถบรรทุกพ่วง ยี่ห้อฮีโน่ ทะเบียนหัวลาก 70-0808 นครพนม ทะเบียนลูกพ่วง 70-0808 นครพนม ตกคลองริมถนนดังกล่าว ด้านข้างตัวรถเขียนระบุบรรทุกพืชผลทางการเกษตร ส่วนคนขับหลบหนีไป

ใกล้กันพบรถเก๋งยี่ห้อฮอนด้า ซิตี้ สีบรอนซ์ ทะเบียน กบ 9914 เชียงใหม่ สภาพยับเยินทั้งคัน โดยชนกับต้นประดู่ ในซากรถพบศพ นายวิวัฒน์ อายุ 30 ปี คนขับ เบาะข้างคนขับศพนางมัททนียา บุญมาวงษา ผู้โดยสารนั่งเบาะหลังคือ นายพิษณุ อายุ 27 ปี และ น.ส.ยุธิดา อายุ 29 ปี ทั้ง 4 รายเสียชีวิตคาที่

 

หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่กู้ภัยต้องประสานเครื่องตัดถ่างจาก ปภ.นครพนม และเทศบาลเมืองนครพนม มาช่วยงัดร่างออกอย่างทุลักทุเลใช้นานกว่า 1 ชั่วโมง จึงสามารถลำเลียงศพผู้เสียชีวิตออกจากตัวรถได้

จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า รถบรรทุกพ่วง ออกจากตัวเมืองนครพนม หลังพบว่ามีรอยล้อรถเบรกครูดลึกจมลงดินริมไหล่ทางข้างต้นประดู่ ขณะมาถึงที่เกิดเหตุพบรถเก๋งฮอนด้า ที่มี นายวิวัฒน์ เป็นคนขับมุ่งหน้ามาจาก จ.สกลนคร แซงรถคันอื่นที่วิ่งมา แต่หลบเข้าช่องจราจรตัวเองไม่ทันก่อนจะถึงบ้านแค่ 1 กิโลเมตรเศษ กระทั่งชนเข้าอย่างจัง เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมากดังกล่าว

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่จะได้สอบสวนสาเหตุอย่างละเอียดให้แน่ชัดอีกครั้ง พร้อมกับเร่งล่าตัวคนขับรถบรรทุกมาสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ภาพจาก INN

ฝรั่งซิ่งเก๋งชนท้ายซาเล้ง 4 พ่อแม่ลูก ผู้หญิง-ทารกดับสลด

Written on September 24, 2016 at 6:39 am, by admin

ฝรั่งซิ่งเก๋งชนท้ายซาเล้ง 4 พ่อแม่ลูก ผู้หญิง-ทารกดับสลด

 

(24 ก.ย.) เมื่อเวลา 05.00 น. ร.ต.อ.สุพรรณ โสภี รองสว. สอบสวน สภ.เมืองพัทยาจ.ชลบุรี รับแจ้งเหตุรถยนต์เก๋งชนท้ายรถซาเล้งและรถจักรยานยนต์ที่จอดติดสัญญาณไฟแดงแถวร้านขายกล่องพัสดุไปรษณีย์ มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต เหตุเกิดบริเวณแยกไฟแดงเส้นทัพยาตัดสายสาม ม.10 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี หลังรับแจ้งจริงพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กู้ภัยสว่างบริบูรณ์ธรรมสถานเมืองพัทยารีบรุดไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุพบรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง ยี่ห้อ ฮอนด้า เวฟ 100 สีส้ม ถูกชนที่ด้านท้ายจนตัวรถขาดออกจากพ่วง ได้รับความเสียหายยับเยิน และรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้าเวฟ 110 สีแดงดำ หมายเลขทะเบียน 2 กข 6406 ชลบุรี ถูกชนเข้าทางด้านท้ายได้รับความเสียหายเช่นกัน ส่วนผู้ก่อเหตุซิ่งหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว

ตรวจสอบพบผู้บาดเจ็บนอนเกลื่อนถนนร้องขอความช่วยเหลือ รายแรกเป็นวินจยย.รับจ้างได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย รายต่อมาเป็นคนขับซาเล้งทราบชื่อคือนายทนงค์ศักดิ์ อายุ 36 ปี ได้รับบาดเจ็บที่ศีรษะ รายที่ 3 คือ ด.ญ.น้ำทิพย์ อายุ 2 ปี ลูกสาวนายทนงค์ศักดิ์ ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย

ถัดมาพบร่างผู้เสียชีวิตทราบชื่อคือ น.ส.อำพา อายุ 33 ปี ภรรยานายทนงค์ศักดิ์ นอนเสียชีวิตอยู่ริมถนน โดยข้างกายยังพบร่างน้องเนย อายุ 5 เดือน ลูกสาวอีกคน ได้รับบาดเจ็บสาหัส เจ้าหน้าที่กู้ภัยฯทำการปั้มหัวใจเพื่อยื้อชีวิต แต่ผู้บาดเจ็บทนไม่ไหวเสียชีวิตในเวลาต่อมา

สอบถามนายทนงค์ศักดิ์ เล่าว่าตนเองแลครอบครัวพ่อแม่และลูกสาว 2 คน รวม 4 ชีวิต และจยย.รับจ้างอีกคัน ได้จอดรอสัญญาณไฟจราจรอยู่ จู่ๆก็ได้ยินเสียงเบรกดังสนั่นขึ้นทางด้านหลัง จากนั้นมารู้สึกตัวอีกทีก็ถูกชนกระเด็นไปคนละทิศละทาง เมื่อตนตั้งสติได้ก็รีบลุกไปดูลูกและภรรยา ปรากฏว่าภรรยาตนเสียชีวิตแล้ว ส่วนลูกสาววัย 5 เดือนได้รับ บาดเจ็บสาหัส จึงรีบขอความช่วยเหลือให้แจ้งเจ้าหน้าที่ดังกล่าว

ต่อมาทางเจ้าหน้าที่ได้วิทยุสกัดจับผู้ก่อเหตุจนกระทั่งติดตามจนสามารถจับกุมได้ห่างจากจุดเกิดเหตุหลายกิโลเมตร เป็นรถยนต์เก๋งยี่ห้อ ฮอนด้า สีดำ หมายเลขทะเบียน 3 กพ 8322 กรุงเทพมหานคร ในสภาพพังยับเยิน โดยมีชาวต่างประเทศทราบชื่อคือ นายคอนสแตนติน โวล์ค อายุ 28 ปี สัญชาติรัสเซีย อยู่ในอาการเมาสุราอย่างหนัก เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงนำตัวมายังที่เกิดเหตุ ทำให้ประชาชนที่อยู่ในที่เกิดเหตุรุ่มต่อว่าการกระทำของชาวต่างชาติกันอย่างรุนแรง เจ้าหน้าที่ตำรวจเกรงจะเป็นอันตรายจึงควบคุมตัวออกจากที่เกิดเหตุ

เบื้องต้ นร.ต.อ.สุพรรณ พนักงานสอบสวนเจ้าของคดี ได้ควบคุมตัว นายคอนสแตนติน มายังสภ.เมืองพัทยา เพื่อตรวจวัดปริมาณระดับแอลกอฮอล์ในร่างกาย พร้อมแจ้งข้อกล่าวหาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ภาพระทึก! ปิกอัพชนสยอง เด็กหญิงดับ-พ่อกอดศพ

Written on September 19, 2016 at 7:19 am, by admin

%e0%b8%94%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%99%e0%b9%8c%e0%b9%82%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%94-1

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ภาพจากวงจรปิด เผยนาทีระทึกรถเสียหลักพุ่งข้ามเลน ชนเก๋งคนอื่นกลางถนนติวานนท์ บริเวณร้าน KAI เซอร์วิสฝั่งตรงข้ามร้านขายกล่องไปรษณีย์กล่องกระดาษ  เด็กหญิงวัย 11 ปี ดับคาที่ พ่อสุดเศร้าเฝ้ากอดร่าง

เมื่อเวลา 19.00 น. วานนี้ (18 ก.ย.) ร.ต.อ.สัญชาติ สวัสดิผล ร้อยเวร สภ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ได้รับแจ้งเกิดเหตุรถยนต์ชนกัน 3 คันมีผู้เสียชีวิต 1 รายและบาดเจ็บ 2 ราย ที่บริเวณหน้าร้าน KAI เซอร์วิส หมู่ 9 ถนนเลี่ยงเมืองปากเกร็ด ต.บางพูด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี จึงประสานแพทย์จากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์และเจ้าหน้าที่อาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ้ง รุดตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุเป็นถนนขาเข้าจากถนนติวานนท์ ใกล้ รร.อัมพรไพศาล มุ่งหน้าถนนแจ้งวัฒนะ พบรถยนต์จำนวน 3 คัน รถจักรยานยนต์ 2 คัน ประกอบด้วย รถยนต์กระบะยี่ห้ออิซูซุ รุ่นดีแมกซ์ สีเทา สภาพพังยับทั้งคัน กระจกรถแตกทั้งคัน ด้านหน้าและหลังแทบหลุดเป็นชิ้น กระบะหลังเกือบหลุดออกจากส่วนหัว

ทราบชื่อผู้ขับขี่คือ นายจักรพงษ์ ศรีทองอินทร์ อายุ 41 ปี อาชีพเป็นช่างยนต์ ขณะเกิดเหตุขับรถมาพร้อมกับลูกชายและลูกสาว ซึ่งลูกสาววัย 11 ปี ที่นั่งอยู่ด้านหลังคนขับ ได้เสียชีวิตคากระจกรถยนต์ เนื่องจากไม่ได้คาดเข็มขัดนิรภัย มีบาดแผลแตกที่ศีรษะ กระโหลกยุบ คอหัก

ส่วนรถยนต์คู่กรณีอีกคัน เป็นรถยนต์ยี่ห้อนิสสัน รุ่นอามืร่า สีขาว สภาพกันชนหน้าหลุด ไฟด้านหน้าซ้ายแตก ทราบชื่อผูขับขี่คือ นายอดิศักดิ์ คงวานิชย์พงษ์ อายุ 54 ปี และรถยนต์อีกคันเป็น รถยนต์ยี่ห้อเบนซ์ รุ่น C220 สีเขียว จอดอยู่ฝั่งตรงข้ามที่เกิดเหตุ สภาพกันชนด้านหน้าขวายุบ ทราบชื่อผู้ขับขี่คือนายชิษณุ วิเชียรรังสรรค์ อายุ 59 ปี

ขณะที่ยังมีรถจักรยานต์เป็นคู่กรณีคือ รถจักรยานยนต์ฮอนด้า รุ่นเวฟ สีดำ สภาพพังยับทั้งคัน ทราบชื่อผู้ขับขี่คือ นายสังเวียน หาญคำ อายุ 52 ปี อาชีพขับวินรับจ้าง ได้รับบาดเจ็บพร้อมกับผู้โดยสารสัญชาติลาว ทั้งสองคนขาหักทั้ง 2 ข้าง เจ้าหน้าที่กู้ภัยนำตัวส่ง รพ.กรมชลประทานปากเกร็ด

จากกาตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด สามารถบันทึกภาพได้เมื่อเวลา 18.37 น. ขณะที่รถยนต์กระบะอิซูซุ พุ่งข้ามเกาะกลางมาชนกับรถยนต์นิสสันและรถจักรยานยนต์รับจ้างอย่างแรง จนผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์และผู้โดยสารกระเด็นตกจากรถ

ส่วนชิ้นส่วนรถหลุดกระจายเต็มพื้น โชคดีรถจักรยานยนต์อีก 1 คันไม่เป็นอะไร จึงถอยออกจากที่เกิดเหตุ ส่วนกล้องอีก 1 ตัว เป็นกล้องจากด้านในร้านส่องไปที่ด้านหน้าเห็นเหตุการณ์ที่รถยนต์กระบะอิซูซุพุ่งข้ามมาชนกับรถจักรยานยนต์รับจ้างและรถยนต์นิสสันอย่างแรง

จากการสอบสวนพยานในที่เกิดเหตุทราบว่า ขณะเกิดเหตุตนกำลังล้างรถอยู่ใกล้ที่เกิดเหตุ ตนสังเกตุเห็นรถ 2 คันวิ่งเร็วมาก เนื่องจากถนนว่างแต่ไม่ทราบว่าแข่งกันมาหรือเปล่า รถปิกอัพข้ามเลนมาจากฝั่งตรงข้ามน่าจะถูกชนท้าย

ทั้งนี้จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ผู้ขับขี่รถกระบะได้ขับคู่กันมากับรถเบนซ์ เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุซึ่งเป็นทางโค้งและมีเกิดการชนท้ายจากรถเบนซ์ ทำให้รถเสียหลักหลุดโค้งข้ามเกาะกลางมาชนกับรถยนต์อีกคันและรถจักรยานยนต์ที่ฝั่งตรงข้าม แต่รายละเอียดยังสอบปากคำไม่ละเอียดมากนัก เนื่องจากผู้ขับขี่รถกระบะยังเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ลูกสาวที่นั่งมาด้วยได้เสียชีวิต ต้องรอสอบปากคำอีกครั้งภายหลัง

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เก็บรวบรวมพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุ พร้อมทั้งเก็บภาพจากกล้องวงจรปิดไว้ตรวจสอบ จากนั้นได้นำตัวผู้ขับขี่ทั้ง 3 คนส่ง สภ.ปากเกร็ด เพื่อสอบปากคำ ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บหลังจากอาการดีขึ้นจะเดินทางเข้าสอบปากคำอีกครั้งเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง จากนั้นได้มอบร่างผู้เสียชีวิตให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยนำส่งสถาบันนิติวิทยาศาสตร์เพื่อชันสูตรต่อไป