สลด! บิ๊กไบค์กลับจากดอยเสมอดาว ชนกระบะช่วงโค้งหักศอก ดับคาที่ (มีคลิป)

Written on February 13, 2017 at 9:30 am, by admin

aHR0cDovL3BlMi5pc2Fub29rLmNvbS9ucy8wL3VkLzQzMy8yMTY3OTM4LzExLmpwZy5qcGc=

หนุ่มใหญ่เมืองนนท์ ขี่บิ๊กไบค์พร้อมกลุ่มเพื่อนลงจากดอยเสมอดาว ขณะมุ่งเข้า อ.เมืองน่าน พุ่งชนกระบะบรรทุกกล่องไปรษณีย์และกล่องพัสดุช่วงโค้งหักศอก ร่างกระเด็นฟาดพื้นเสียชีวิต

เมื่อเวลา 15.45 น. วันที่ 12 ก.พ. 60 ร.ต.อ.กิตติพัฒน์ ราชภัณฑ์ พงส.สภ.นาน้อย จ.น่าน ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุ 191 ภ.จว.น่าน ว่า เกิดเหตุรถยนต์ชนรถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์ มีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส บริเวณบ้านขัวก้อม หมู่ที่ 2 ต.ศรีสะเกษ อ.นาน้อย จ.น่าน จึงรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ

ที่เกิดเหตุซึ่งเป็นโค้งหักศอก พบรถกระบะนิสสัน นาวาร่า สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน บจ 8012 น่าน สภาพรถด้านหน้าพังยุบไปครึ่งคัน มี นายเศรษฐโชค ใหม่ชุ่ม อายุ 47 ปี ชาว ต.บ่อแก้ว อ.นาหมื่น จ.น่าน เป็นคนขับ ห่างจากด้านหน้ารถประมาณ 2 เมตร พบชายนอนคว่ำหน้า สวมหมวกกันน็อก มีเลือดไหลออกจากบริเวณใบหน้าจำนวนมาก อาการบาดเจ็บสาหัส เจ้าหน้าที่ เร่งช่วยเหลือ แต่เสียชีวิตในเวลาต่อมา ห่างออกไปประมาณ 5 เมตร พบรถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์ สีส้ม ทะเบียน 4กฮ1135 กทม. สภาพรถเสียหายเกือบทั้งคัน

จากการสอบถามกลุ่มคนขับรถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์ ทราบว่า พากันมาจากบนดอยเสมอดาว อ.นาน้อย มุ่งหน้าเข้าสู่ อ.เมืองน่าน โดยที่ นายธีระ ละอองพันธ์ อายุ 45 ปี ชาว ต.บางกร่าง อ.เมืองนนทบุรี ผู้ตาย เป็นคนขับบิ๊กไบค์คันดังกล่าวมาคนเดียว ถึงที่เกิดเหตุชนกับรถกระบะดังกล่าว

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจบันทึกที่เกิดเหตุ พร้อมประสานให้เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุอีกครั้ง จากนั้นนำศพนายธีระไปชันสูตรพลิกศพอีกครั้งที่ รพ.นาน้อย โดยมีกลุ่มเพื่อนเดินทางมาด้วยกันประสานทางญาติติดต่อรับศพ ส่วนคนขับรถกระบะเบื้องต้นยังไม่ได้ให้การใดๆ เนื่องจากอยู่ในอาการตกใจ

  • Comments Off on สลด! บิ๊กไบค์กลับจากดอยเสมอดาว ชนกระบะช่วงโค้งหักศอก ดับคาที่ (มีคลิป)
  • ข่าวประจำวัน

แห่อาลัย “ปูเป้” ถูกร่างทรงญาติเพื่อน มอมยาฆ่าขืนใจ

Written on January 20, 2017 at 6:25 am, by admin

aHR0cDovL3BlMS5pc2Fub29rLmNvbS9ucy8wL3VkLzQzMS8yMTU1NjcwLzUuanBn

จากกรณีพบศพ น้องปูเป้ อายุ 21 ปี นักศึกษาสาว คณะวิทยาศาสตร์ ชั้นปีที่ 4 มหาวิทยาลัยราชภัฏแห่งหนึ่ง ในบริเวณพื้นที่ของโรงงานกล่องไปรษณีย์ ราคาถูก สภาพศพมีถุงปุ๋ยและกล่องพัสดุคลุมร่าง มีก้อนอิฐทับไว้ เสียชีวิตในสภาพน้ำลายฟูมปาก ต่อมาตำรวจจับกุม นายกฤษฎา อายุ 20 ปี ร่างทรงเจ้าพ่อเสือ โดยคนร้ายรับสารภาพว่าเป็นผู้ก่อเหตุ

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : รวบร่างทรงหื่น เจ้าสำนักปู่เสือ ลวงข่มขืนฆ่านักศึกษาสาว

ล่าสุด ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (20 ม.ค.) หลังเกิดเหตุเพื่อนร่วมสถาบันของผู้เสียชีวิต ได้โพสต์ไว้อาลัยให้กับน้องปูเป้เป็นจำนวนมาก โดยต่างพากันอัพเดทข่าวเมื่อทราบว่าจับกุมคนร้ายได้แล้ว

โดยจากการสอบสวน นายกฤษฎา ร่างทรงเจ้าพ่อเสือ ให้การรับสารภาพว่ารู้จักกับผู้เสียชีวิต ทางเฟซบุ๊ก ก่อนจะนัดเจอกันเพื่อทำพิธีครอบครู จากนั้นขอฝ่ายหญิงมีเพศสัมพันธ์ แต่ผู้เสียชีวิตไม่ยินยอม จึงออกอุบายและเอายาฆ่าหญ้าผสมน้ำเปล่าให้ดื่ม ก่อนจะลงมือข่มขืนหน้าแท่นพิธีครอบครู

จากนั้น น้องปูเป้ มีอาการนอนชัก น้ำลายฟูมปาก และเสียชีวิตในเวลาต่อมา ตนเองจึงนำศพเอาไปทิ้งไว้บนคันนา จนมีคนมาพบดังกล่าว

ทั้งนี้ มีรายงานว่า ผู้เสียชีวิตเป็นเพื่อนกับลูกพี่ลูกน้องของคนร้าย โดยคนร้ายได้ชักชวนให้มาทำพิธีครอบครู ซึ่งผู้ตายก็เคยมาทำพิธีครอบครูแล้ว 5 ครั้ง กระทั่งล่าสุดได้เดินทางมาเพียงลำพัง จนกระทั่งเกิดเหตุดังกล่าวขึ้น

  • Comments Off on แห่อาลัย “ปูเป้” ถูกร่างทรงญาติเพื่อน มอมยาฆ่าขืนใจ
  • ข่าวประจำวัน

ไฟลุกพรึ่บช่องแอร์รถนักข่าว อุ้มลูกสาว 4 ขวบหนีตายระทึก

Written on January 12, 2017 at 9:51 am, by admin

aHR0cDovL3BlMi5pc2Fub29rLmNvbS9ucy8wL3VkLzQzMC8yMTUxMTc0L2ZkZmdmLmpwZw==

(11 ม.ค.) เมื่อเวลา 18.00 น. ร.ต.อ.พสิฏฐพงศ์  สมบูรณ์ดี  รองสารวัตรสอบสวน สถานีตำรวจภูธรโพธิ์ทอง ได้รับแจ้งเหตุเพลิงลุกไหม้รถยนต์  บริเวณถนนทางหลวงชนบทสาย โพธิ์ทอง – ไชโย (สายใน) ตำบลอินทประมูล อำเภอโพธิ์ทอง จังหวัดอ่างทอง  จึงได้ประสานขอรถดับเพลิงจากเทศบาลตำบลเทวราช  เทศบาลตำบลโพธิ์ทอง  และเทศบาลตำบลอินทประมูล  จำนวน 3 คัน  รีบรุดไปที่เกิดเหตุ

ในที่เกิดเหตุริมถนนสาย โพธิ์ทอง – ไชโย พบรถยนต์เก๋ง ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นโคโลล่าไฮทอร์ค สีบรอนซ์ทอง หมายเลขทะเบียน กง 8086 อ่างทอง โดยเพลิงกำลังโหมลุกไหม้ทั้งคัน ทางเจ้าหน้าที่ดับเพลิงต้องระดมฉีดน้ำดับเพลิงใช้เวลานานกว่า 20 นาที  จึงสามารถควบคุมเพลิงเอาไว้ได้

จากการสอบถามนายหิรัญยวัต อธิวัฒน์เดชากร อายุ 39 ปี  ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดอ่างทอง เปิดเผยว่า ตนเองได้ขับรถคันดังกล่าวพร้อมกับลูกสาววัย 4 ขวบไปทำซื้อกล่องไปรษณีย์และกล่องพัสดุ หลังจากเสร็จธุระแล้วระหว่างที่กำลังขับรถยนต์จะเดินทางกลับบ้าน  เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุตนเองได้กลิ่นเหม็นไหม้ออกมาทางช่องแอร์ จึงได้ชะลอรถเพื่อทำการตรวจสอบแต่ยังจอดไม่สนิท ระหว่างนั้นได้เกิดเพลิงลุกไหม้ออกมาจากช่องแอร์อย่างรวดเร็ว เมื่อเห็นท่าไม่ดีจึงได้ดึงลูกสาววัย 4 ขวบ พร้อมกล้องกับวิทยุรีบออกมาจากรถ พร้อมกับใช้วิทยุเรียกขอความช่วยเหลือจากทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ให้ส่งรถดับเพลิงมาช่วยดับไฟที่กำลังโหมลุกไหม้รถยนต์ได้รับเสียหายจนหมดทั้งคัน จนตนเองและลูกสาววัย 4 ขวบ รอดตายอย่างหวุดหวิด

ด้าน ร.ต.อ.พสิฏฐพงศ์  กล่าวว่า  จากการสอบสวนเบื้องต้นรถยนต์ดังกล่าวเป็นรถยนต์เก่าที่ใช้งานมาหลายปีแล้ว  อาจจะเกิดจากปัญหาระบบไฟฟ้าภายในรถลัดวงจรทำให้เกิดเพลิงลุกไหม้ขึ้นมาได้  แต่อย่างไรก็ตามทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้ตรวจสอบหาสาเหตุที่แท้จริงอย่างละเอียดต่อไป

  • Comments Off on ไฟลุกพรึ่บช่องแอร์รถนักข่าว อุ้มลูกสาว 4 ขวบหนีตายระทึก
  • ข่าวประจำวัน

เผยคลิปสาวแสบ ฉกเงินทำบุญวัดหนี เคยแจ้งตำรวจแต่จับไม่ได้สักที

Written on December 28, 2016 at 4:12 am, by admin

นายสุพจน์ อันนานนท์ ผู้ดูแลวัดกลาง ต.บางพึ่ง อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ  นำผู้สื่อข่าวตรวจสอบบริเวณต้นผ้าป่าของวัด หลังถูกหญิงสาวย่องเข้ามาขโมยธนบัติของผู้มีจิตศรัทธานำใส่กล่องไปรษณีย์และกล่องพัสดุ ได้เงินสดไปกว่า 2 พันบาท จากข้อมูลพบว่าคนร้ายรายนี้ เคยเข้ามาขโมยเงินบริจาคแล้วหลายครั้ง  ครั้งแรกสามารถเอาเหรียญในตู้บริจาค แต่ถูกพระลูกวัดจับได้และตักเตือนไป  ส่วนครั้งที่ 2 ย่องเข้ามาลักเงินบริจาคอีกครั้งก่อนหลบนี้ไปได้     และล่าสุดหญิงสาวรายนี้ แอบเข้ามาจากทางด้านหลังวัด ตรงเข้ามายังต้นผ้าป่า ขโมยธนบัติฉบับละ 100 บาท ไปกว่า 20 ฉบับ  ก่อนที่พระลูกวัดจะมาเห็น และวิ่งหนีไป

นายสุพจน์ เล่าอีกว่า  วัดแห่งนี้ถูกหัวขโมยเข้ามาลักเงินบริจาคเป็นประจำ บางรายงัดเหล็กดัดเข้ามา บางรายเข้ามายกไปทั้งตู้บริจาคก็มี ภายหลังวัดติดเหล็กดัด และกล้องวงจรปิดเพิ่มเติม แต่ก็ยังมีคนร้ายเข้ามาก่อเหตุ โดยทางวัดไม่ได้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพราะเคยไปแจ้งหลายครั้งแต่ก็ไม่เคยจับหัวขโมยได้ จึงต้องหาวิธีป้องกันกันเอง

  • Comments Off on เผยคลิปสาวแสบ ฉกเงินทำบุญวัดหนี เคยแจ้งตำรวจแต่จับไม่ได้สักที
  • ข่าวประจำวัน

เมียจุดธูป 8 ดอกไหว้เจ้าที่ บนบานขอให้สามีที่ติดอยู่ในซากตึกถล่ม

Written on December 17, 2016 at 8:18 am, by admin

เมื่อเวลา 01.30 น. วันที่ 17 ธ.ค. ที่อาคารไทยยานยนตร์ มิตซู จำกัด อยู่ติดบริษัทผลิตกล่องพัสดุ กล่องไปรษณีย์ สาขาสุขุมวิท 87 เลขที่ 2225 ซอยสุขุมวิท 87 ถนนสุขุมวิท แขวงบางจาก เขตพระโขนง กทม.ที่ถล่มลงมาในระหว่างการรื้อถอนทำให้มีผู้เสียชีวิต 2 ราย และสูญหายอีก 2 ราย คือ นายบุญแจ้ง เลศละออง อายุ 46 ปี และนายไพร คะนุนรัมย์ อายุ 38 ปี

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลอดคืนที่ผ่านมา ทางเจ้าหน้าที่สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กู้ภัยป่อเต๊กตึ๊ง เร่งระดมค้นหาผู้สูญหายติดภายในซากตัวอาคารดังกล่าวที่เหลืออีก 2 รายอย่างต่อเนื่อง โดยได้นำรถเครนขนาดใหญ่มาคอยช่วยยกซากอาคารที่พังถล่มลงมาเพื่อเปิดช่องให้เจ้าหน้าที่เข้าค้นหา ขณะเดียวกันทางเจ้าหน้าที่ได้มีการนำสุนัขดมกลิ่น k9 จำนวน 3 ตัวช่วยค้นหา

กระทั่งสามารถระบุพิกัดที่คาดว่ามีผู้สูญหายติดอยู่ภายในซากของตัวอาคาร เนื่องจากสุนัขดมกลิ่นและเพื่อนร่วมงานที่ทำงานด้วยกันที่หนีออกมาได้ปลอดภัย บอกว่าผู้ที่สูญหายทำงานอยู่ในจุดไหน ซึ่งไกล้เคียงกับจุดที่สุนัขดมกลิ่นเจอ ซึ่งเป็นบริเวณลานจอดรถ ฝั่งปีกขวาของตัวอาคาร

621509

อย่างไรก็ตาม ทางเจ้าหน้าที่ยังพบอุปสรรคในการช่วยเหลือครั้งนี้ เนื่องจากช่องปูนที่เจ้าหน้าที่ได้เจาะและรื้อเข้าไปภายในซากอาคารนั้นมีแผ่นปูนผสมคอนกรีตและเหล็กเส้นขนาดใหญ่ ขวางอยู่ถึง 3 แผ่น โดยแต่ละแผ่นมีความหนาประมาณ 30 ซม. ทำให้ทางเจ้าหน้าที่และวิศกรต้องประชุมหารือเพื่อประเมินสถานการณ์อีกครั้งก่อนที่จะยุติการใช้เครื่องมือหนัก อาทิ รถเครน สว่านขุดเจาะ รวมไปถึงเครื่องกระแทก ที่อาจส่งผลถึงโครงสร้างตัวอาคารที่จะถล่มลงมาได้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในระหว่างที่ทางเจ้าหน้าที่ทำการวางแผนเตรียมค้นหาอีกรอบ ได้มีนางน้อย เลศละออง อายุ 44 ปี ภรรยานายบุญแจ้ง ผู้ที่สูญหายได้นำธูป 8 ดอก มากราบไหว้เจ้าที่เจ้าทางเพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถพบสามีตนโดยเร็ว ด้วยความหวังที่มีอยู่เพียงริบหรี่ แต่เจ้าตัวก็ยังคงเฝ้ารอด้วยความหวังจะได้พบสามีอีกครั้ง

ส่วนน.ส.ชัน พิลาดรัม อายุ 39 ปี ผู้บาดเจ็บและเป็นภรรยาของนายไพร ซึ่งเป็นผู้สูญหายอีกราย เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุตนกำลังนั่งตัดเล็กเส้นอยู่บริเวณด้านล่าง ส่วนสามีนั้นเดินขึ้นไปดูรถแบคโฮที่อยู่บนชั้น 4 ในระหว่างนั้นก็มีเศษหินและปูนหล่นลงมาพร้อมกับพื้นชั้นบนทั้งหมดถล่มลงมา ตนจึงรีบวิ่งหนีเพื่อเอาชีวิตรอด ซึ่งตนได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยจมูกฉีกขาด แต่แพทย์ได้ทำการเย็บรักษาเรียบร้อยแล้ว ส่วนนายไพรยังหาร่างไม่เจอ ได้แต่เพียงหวังว่าขอให้มีชีวิตรอด แต่หากไม่เป็นไปอย่างที่หวังก็ขอเพียงให้เจ้าหน้าที่นำร่างออกมาให้ได้

621511

น.ส.ชันกล่าวว่า ทั้งนี้ตนและนายไพรอยู่กินกันมานาน 18 ปีมีลูกสาวด้วยกัน 2 คนอายุ 15 ปี และ 18 ปี ซึ่งได้ฝากให้พ่อแม่ตนเลี้ยงที่จังหวัดบุรีรัมย์ ส่วนตนกับนายไพรก็จะทำงานและส่งเงินไปให้ ซึ่งหลังจากนี้หากสามีซึ่งเป็นเสาหลักของครอบครัวไม่รอดชีวิตตนก็ยังคิดไม่ออกว่าจะต้องทำอย่างไรต่อไปเช่นกัน

เวลา 10.00 น พ.ต.อ.ดร.บัณฑิต ประดับสุข ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัย ในอาคารจากสมาคมสถาปนิก สยาม ในพระบรมราชนูปถัมภ์ พร้อม ด้วยทีมสภาวิศวกร พร้อมด้วเจ้าหน้าผู้เกี่ยวข้องได้ลงพื้นที่ตรวจสอบความเสียหายของอาคารทรุด ซึ่งอยู่ระหว่างการรื้อถอนทรุดตัว ซ. สุขุมวิท87

พร้อมกันนี้ที่บริเวณหน้าอาคารที่พังถล่มลงมาได้มีประกาศสำนักงานเขตพระโขนง เรื่องห้ามเข้าพื้นที่อันตรายโดยระบุว่าด้วยเกิดเหตุอาคารที่อยู่ระหว่างการอนุญาตรื้อถอนจากกรุงเทพฯเลขที่ 2221 ซอยสุขุมวิท 87 แขวงบางจากเขตพระโขนง ทรุดตัวและพังถล่มลงมาเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บและอาคารดังกล่าวยังอาจไม่ปลอดภัยกับบุคคลและอาคารรอบข้างอาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยพ. ศ. 2550 มาตรา 21 ( 5) ผู้อำนวยการเขตพระโขนงขอประกาศให้บริเวณ อาคารดังกล่าว เป็นสถานที่อันตรายห้ามคนที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าไปในบริเวณอาคารทั้งนี้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปประกาศวันที่ 26 ธันวาคม 2559 นางวิมลรัตน์ เศรษฐนันต์ ผู้อำนวยการเขตพระโขนง

ขณะที่ผู้ที่สูญหายยังเหลืออีก 2 คนนั้น คาดว่าอยู่ในซากอาคารและเสียชีวิตแล้ว

รักยิ่งใหญ่จากชายคนหนึ่ง! จำใจออกจากงาน ดูแลคนรักล้มป่วยพิการอย่างใกล้ชิด

Written on November 30, 2016 at 9:15 am, by admin

รักยิ่งใหญ่จากชายคนหนึ่ง! จำใจออกจากงาน ดูแลคนรักล้มป่วยพิการอย่างใกล้ชิด

Workpint TV

สนับสนุนเนื้อหา

หนุ่มสกลนครลาออกจากงานบริษัทผลิตกล่องกระดาษกล่องไปรษณีย์คุณภาพดี ดูเเลภรรยาสาวป่วยพิการ ที่ไม่สามารถพูดเเละขยับตัวได้หลังจากคลอดลูกเมื่อต้นปี ยืนยันจะดูเเลตลอดไป เเม้จะต้องลำบากลำบน ก็ยังรัก เเละไม่ทอดทิ้งเด็ดขาด

ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยเรื่องราวของคู่หนุ่มสาว ชาว จ.สกลนคร คู่หนึ่ง ที่เมื่อวันที่ 2 กพ. 59 ได้คลอดพยานรักออกมาลืมตาดูโลก เป็นเพศหญิง ชื่อน้องมะปราง ได้สร้างความปลาบปลื้มใจต่อผู้เป็นพ่อแม่รวมถึงตายายเป็นอย่างมาก

แต่แล้วทั้งสองกลับต้องประสบชะตากรรมที่ไม่คาดคิด เมื่อฝ่ายหญิงพักรักษาตัวหลังคลอดที่โรงพยาบาล อ.อากาศอำนวย จ.สกลนคร ได้เพียง 3 วัน กลับต้องล้มป่วยลงด้วยอาการไม่ทราบสาเหตุ จู่ๆ ท้องบวมโต ลิ้นแข็ง ทางญาติเห็นท่าไม่ไหวจึงต้องรีบส่งต่อโรงพยาบาลศูนย์สกลนคร

แต่ปรากฏว่าก่อนถึงมือหมอ มีอาการหมดสติและหยุดหายใจ เป็นผลให้สมองขาดออกซิเจนไปกว่า 4 นาที ต้องยื้อชีวิตกลับคืนมา แต่ก็ต้องนอนห้องไอซียูนานกว่า 3 เดือน แม้รอดมาได้ ปรากฎว่าสมองบางส่วนบกพร่องจากการขาดออกซิเจน ร่างกายไม่สามารถพูดหรือขยับตัวได้ กลายเป็นคนพิการในทันที

เเละเมื่อวันที่ 29 พ.ย. 59 ผู้สื่อข่าวจึงเดินทางไป ที่ 245 ม.8 บ.นาเมือง อ.อากาศอำนวย อ.อากาศอำนวย จ.สกลนคร ซึ่งเป็นบ้านทั้งคู่ พบนางสาวศรีสุภาวรรณ ต้นสารี อายุ 22 ปี นอนอยู่เตียง บริเวณจมูกมีอุปกรณ์การแพทย์ติดไว้อยู่ ส่วนลำคอมีการเจาะช่องคอไว้ สำหรับการดูดเสมหะ ไม่สามารถรับรู้อะไรได้ โดยมีนายวีรพงษ์ วงศ์ราชา อายุ 30 ปี ซึ่งเป็นสามี กำลังอุ้มพยานรัก คือ ด.ญ.มะปราง วัย 9 เดือน คอยป้อนนมลูกและเฝ้าดูแล น.ส.ศรีสุภาวรรณ อย่างใกล้ชิด แม้จะเหน็ดเหนื่อยเพียงใดก็ไม่ทำให้ผู้เป็นสามีรู้สึกท้อแท้

 

วีรพงษ์กล่าวว่า ภายหลังภรรยาได้คลอดลูกและล้มป่วยลง งานประจำที่ทำอยู่กับบริษัทผลิตกล่องกระดาษกล่องไปรษณีย์คุณภาพดีราคาถูกซึ่งมีเงินเดือนเพียงเดือนละ 6,000 บาท ก็ต้องขาดรายได้ไป เพราะไม่สามารถกลับไปทำงานเช่นเดิมได้ ตอนแรกตั้งหลักไม่ทันเช่นกัน หวังว่าจะใช้ชีวิตคู่ร่วมกันอย่างมีความสุข แต่กลับต้องมีเรื่องราวที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้น

ตนต้องดูแลลูกสาวและดูแลภรรยาที่ป่วยพิการไปพร้อมกัน จนจะเกือบ 1 ปีแล้ว แต่ยังโชคดีที่มีแม่ของภรรยาคอยช่วยเลี้ยงลูกและแบ่งเบาภาระ พร้อมกับมี จนท.รพ.อากาศอำนวย คอยออกมาให้คำแนะนำสม่ำเสมอเพื่อรักษาอาการให้ดีขึ้น

นายวีรพงษ์กล่าวอีกว่า ทุกวันนี้ไม่มีรายได้ อยากจะทำงานเพื่อหาเงินเช่นกัน แต่ไปทำงานไม่ได้ ต้องดูแลภรรยาอย่างใกล้ชิด เพราะภรรยาจะมีเสลดอุดที่หลอดลมอยู่เสมอ ต้องใช้เครื่องและสอดท่อเข้าไปบริเวณลำคอเพื่อดูดเสมหะออก

“ทุกครั้งที่ทำรู้สึกหดหู่มากอยากจะเจ็บแทนภรรยา เห็นได้จากการดิ้นทุรนทุราย จึงภาวนาให้เกิดปาฎิหาริย์ให้ภรรยากลับมาเป็นปกติ ทุกวันนี้ได้แต่บอกรักและหอมแก้มทุกวัน ส่วนเขาจะรับรู้หรือไม่ เราไม่ทราบ แต่เรายังรักเขาอยู่ จะดูแลตลอดไปแม้จะเป็นอย่างไรก็ตาม แต่ตนเชื่อว่าเวลาเราบอกรักภรรยาเขาคงรับรู้ เพราะเวลาจะหอมแก้มภรรยาจะพยายามยกแก้มมาซบหน้าตน เหมือนบอกว่า เราจะไม่ทิ้งกัน” นายวีรพงษ์กล่าว

ทั้งนี้จึงอยากวอนสังคมได้ช่วยเหลือ เช่น เสื้อผ้าลูก นมผง แพมเพิร์ส และค่าใช้จ่ายบางส่วน เพราะต้องใช้เดินทางไปพบหมอทุกอาทิตย์ ผู้ใจบุญที่อยากช่วยเหลือ ได้ที่ บัญชี 444-0-476945-5 น.ส.ศรีสุภาวรรณ ต้นสารี ธนาคารกรุงไทย สาขาอากาศอำนวย หรือ โทร 082-8530659

หนุ่มสักหนุมานทั้งตัวเปิดประตูรถหนีตร. ก่อนถูกชนตายกลางถนน

Written on November 21, 2016 at 2:20 am, by admin

ahr0cdovl3blmi5pc2fub29rlmnvbs9ucy8wl3vklzqymc8ymta0nzm0lzeuanbn-1

หนุ่มสักหนุมานทั้งตัว เปิดประตูรถยนต์กระบะ วิ่งข้ามถนนหนีตำรวจ เจอรถกระบะอีกคันชนตายกลางถนน ตำรวจทางหลวงตามหลังเห็นเหตุการณ์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (20 พ.ย.) สภ.เมืองตรัง รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุรถกระบะชนคนเสียชีวิต ที่ถนนเลี่ยงเมือง 419 บนภูเขา พื้นที่หมู่ที่ 1 ต.บ้านโพธิ์ อ.เมือง จ.ตรัง จึงประสานหน่วยกู้ภัยมูลนิธิกุศลสถานตรัง ไปตรวจยังที่เกิดเหตุ

ที่เกิดเหตุพบรถเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวง ซึ่งเดินทางมาจาก จ.ภูเก็ต เพื่อไปยัง จ.สงขลา ประสบเหตุ ได้ยืนอำนวยความสะดวกรถที่แล่นผ่านไปมา เพราะพื้นที่ดังกล่าวเป็นภูเขาสูง อีกทั้งร่างผู้เสียชีวิตนอนกลางถนน ใกล้กันประมาณ 4 เมตร พบรถยนต์ กระบอีซูซุ ทะเบียน บต 985 ตรัง สภาพไปส่องสว่างหน้าด้านซ้ายแตก คนขับรถคันดังกล่าวชื่อ นายประเสริฐ อายุ 60 ปี

ห่างออกไป อีกประมาณ 80 เมตรพบรถยนต์กระบะโตโยต้าวีโก้ ทะเลียน บบ 853 ตรัง จอดชิดซ้ายของถนนประตูคนขับทางขวาเปิดออก เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการสอบสวน พบว่า รถยนต์กระบะที่ขับโดย นายประเสริฐ วิ่งมาจากบ้านพัก ม.1 ต.บ้านโพธิ์ อ.เมือง เพื่อเดินทางเข้าตัวเมืองตรัง มาด้วยกัน 4 คน

เมื่อวิ่งใกล้ถึงที่เกิดเหตุ รถเก๋งตำรวจทางหลวง วิ่งตามหลังตนเอง ทันใดนั้นรถกระบะโตโยต้าทะเบียน บบ 853 ตรัง ขับจอดชิดซ้ายและคนขับเป็นชายวัยรุ่น เปิดประตูด้านคนขับวิ่งตัดหน้าเพื่อข้ามถนน ทำให้รถยนต์กระบะที่นายประเสริฐ ชนตรงไฟหน้าส่องสว่างด้านซ้าย

ร่างของชายวัยรุ่นติดไปกับรถยนต์กระบะ เมื่อหยุดรถร่างก็ร่วงลงถนนจนเสียชีวิตเลือดนองพื้นถนน ทราบชื่อ ผู้เสียชีวิต นายปฏิภาณ ไม่ทราบอายุ ต่อจากนั้นแพทย์ รพ.ศูนย์ตรัง ได้มาทำการชันสูตรพลิกศพ ผู้ตายมีรอยสักยันต์ตามร่างกายๆ มากมาย มีหนุมานคลุกฝุ่น ทั้งแผ่นหลัง และตามขาแขน

นายประเสริฐ กล่าวว่า ขณะที่ตนขับรถยนต์กระบะมีภรรยาและลูก ๆ รวม 4 คนเดินทางจากบ้านพักเพื่อจะเข้าตัวเมืองตรังไปซื้อกล่องไปรษณีย์ เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุ รถตำรวจทางหลวงทราบว่าเดินทางมาจาก จ.ภูเก็ต เพื่อไป จ.สงขลา กลับรถ ตามหลังรถของตน

ขณะนั้นรถยนต์กระบะ โตโยต้า ที่ขับโดยผู้ตายซึ่งเดินทางมาคนเดียวขับรถจอดชิดซ้าย แล้วเปิดประตูด้านคนขับวิ่งเพื่อจะข้ามถนนแบบกระชั้นชิด ตนเองไม่ทันได้เหยียบเบรกชนกับผู้ตายอย่างแรงจนร่างติดฝากระโปรงหน้ารถ จนตนเองชะลอความเร็วและจอดร่างของชายหนุ่มคนนี้ก็ตกลงกับพื้นทันทีและเสียชีวิต

ขณะนั้นมีรถเก๋งตำรวจทางหลวง ขับตามหลังตนมาประสบเหตุจึงทำการอำนวยความสะดวกรถที่ผ่านไปมา เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงแจ้งกับตนว่า มีภาพวงจรปิดเพราะติดตั้งกล้องหน้ารถไว้ ต่อจากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงรีบเดินทางไป จ.สงขลา ทันที

นายประเสริฐ กล่าวอีกว่า ผู้ตายคงตกใจกลัวรถเก๋งตำรวจทางหลวงอีกหนึ่งคันที่เรียกรถบรรทุกตรวจอยู่ข้างหน้า และรถเก๋งตำรวจทางหลวงอีกคันที่ขับรถตามหลัง ทำให้นายปฏิภาณตกใจคิดว่าตำรวจตั้งด่าน จึงจอดรถชิดซ้ายเปิดประตูวิ่งหนีข้ามถนนชนกับรถยนต์ที่ตนขับอย่างแรงจนเสียชีวิต จังหวะนี้ไม่มีใครเบรกหรือหยุดได้ทันเพราะผู้ตายวิ่งหนีข้ามถนนอย่างกระชัดชิดมาก

  • Comments Off on หนุ่มสักหนุมานทั้งตัวเปิดประตูรถหนีตร. ก่อนถูกชนตายกลางถนน
  • ข่าวประจำวัน

น็อต อัครณัฐ แถลงเปิดใจกรณีคดีฉาว #กราบรถ

Written on November 14, 2016 at 4:55 am, by admin

ahr0cdovl3blmi5pc2fub29rlmnvbs9ucy8wl3vklzqymc8ymtaxmtuwlzquanbn

วันนี้ (14 พ.ย.) พิธีกรหนุ่ม น็อต อัครณัฐ ที่ตกเป็นคดีดังในสังคมและถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักกับพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมชกคู่กรณี หนุ่มขี่มอเตอร์ไซค์ที่กลับจากการไปซื้อกล่องไปรษณีย์จนดั้งจมูกหัก ทั้งนี้ เจ้าตัวได้ขอโทษกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับคู่กรณี ส่วนด้านคดีความให้เป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ตำรวจ

ล่าสุด น็อต อัครณัฐ ได้เปิดใจแถลงข่าวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมด ที่ สน.ยานนาวา โดยมีสื่อมวลชนให้ความสนใจมาทำข่าวเป็นจำนวนมาก

ติดตามคำเปิดใจของ น็อต อัครณัฐ ได้ตามกำหนดเวลา 12.00 น.

“อาร์ต พศุตม์” เป็นปลื้ม คนชม เจอตุ๊กตุ๊กเฉี่ยว แต่ไม่เอาเรื่อง

Written on November 7, 2016 at 4:51 am, by admin

ahr0cdovl3blms5pc2fub29rlmnvbs9ucy8wl3vklzqxos8ymdk3mji2lzeuanbn

กำลังเป็นประเด็นร้อนๆ มาแรงจริง สำหรับกรณี กราบรถกู ของหนุ่ม “น็อต อัครณัฐ” ซึ่งทำเอาหลายคนวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างหนัก โดยมีการยกเอาประเด็นของดาราอีกหลายคนที่เคยเจอเหตุการณ์รถถูกเฉี่ยวชนเช่นเดียวกัน แต่ไม่เอาเรื่องคู่กรณี ล่าสุด กรณีของพระเอกหนุ่ม “อาร์ต พศุตม์” ก็ถูกหยิบยกขึ้นมาชื่นชมกันอีกครั้ง

เมื่อมีคนเข้ามาแสดงความคิดเห็นว่า “อาร์ต พศุตม์ เค้าโดนรถตุ๊กๆที่ไปซื้อกล่องพัสดุเฉี่ยวรถเค้า ตุ๊กๆก็จะรับผิดชอบนะ แต่อาร์ตบอกว่าลุงไปเถอะ ไปทำมาหากินของลุง เดี๋ยวทางนี้ผมให้ประกันเคลียร์เอง แล้วจะบอกประกันเค้าเฉี่ยวเองด้วย น่ารักจริงๆ”

โดย อาร์ต พศุตม์ ซึ่งเห็นข้อความดังกล่าว ถึงกับแคปมาโพสต์ผ่านอินสตาแกรมพร้อมข้อความว่า ‘อ่านแล้วก็ ฮา ไม่คิดว่ามีคนเห็น การทำดี ตอนนั้น ตอนนี้มันออก มา เอง จาก กระแส “กราบรถกูสิ ” อ่านขำๆ นะ อย่าซีเรียส กัน’

  • Comments Off on “อาร์ต พศุตม์” เป็นปลื้ม คนชม เจอตุ๊กตุ๊กเฉี่ยว แต่ไม่เอาเรื่อง
  • ข่าวประจำวัน

ระทึก! คนร้ายชิงรถบรรทุก ซิ่งหนี-ชนกระหน่ำกลางเมือง

Written on October 28, 2016 at 8:53 am, by admin

ระทึก! คนร้ายชิงรถบรรทุก ซิ่งหนี-ชนกระหน่ำกลางเมือง

 

ไล่ล่าระทึก! คนร้ายชิงรถบรรทุกวัสดุก่อสร้าง ซิ่งหนีไม่ทราบสาเหตุ เฉี่ยวชนรถคันอื่นไปตามทาง ก่อนสิ้นฤทธิ์ที่ย่านสุทธิสารแถวโรงงานนำเข้าเครื่องปั๊มไดคัทจากญี่ปุ่น พลเมืองช่วยตะครุบจับ

(28 ต.ค.) เมื่อเวลาประมาณ 10.00 น. ที่ผ่านมา วิทยุ จส.100 ได้รับแจ้งเหตุระทึก บริเวณถนนสุทธิสารวินิจฉัย ย่านสะพานควาย มุ่งหน้าสุทธิสาร คนร้ายเป็นชายวัยกลางคน ได้ก่อเหตุขโมยรถบรรทุกวัสดุก่อสร้างจากร้านย่านพญาไท ก่อนจะขับหนีมาตามทาง พน้อมกับเฉี่ยวชนรถยนต์คันอื่นระเนระนาด

ตามรายงานระบุว่า คนร้ายเป็นชายวัยกลางคน ทราบชื่อในเวลาต่อมาคือ นายภูมิรักษ์ อายุ 35 ปี ได้ก่อเหตุขโมยรถบรรทุกวัสดุก่อสร้าง จากร้านค้าแห่งหนึ่งย่านพญาไท หลังจากที่โชเฟอร์คนขับได้จอดลงมาขนถ่ายสินค้า ก่อนที่จะคนร้ายจะเร่งเครื่องขับหนีไปตามทาง พร้อมกับแจ้ง สน.พญาไท ไล่ติดตาม

เจ้าหน้าที่ตำรวจตัดสินใจยิงเข้าที่ล้อรถบรรทุก แต่คนร้ายยังคงขับไปตามทางไม่หยุด ก่อนจะฝ่าไฟแดงที่แยกสะพานควายและพุ่งชนรถคนอื่นๆ อีกหลายคัน พร้อมกับมุ่งหน้าไปยังถนนสุทธิสารวินิจฉัย กระทั่งมาเฉี่ยวชนกับรถเมล์โดยสารประจำทางสาย 117 บริเวณปากซอยอินทามระ 9 จนไม่สามารถไปต่อไป คนร้ายพยายามหลบหนี แต่พลเมืองได้ช่วยกันไล่ตามจับเอาไว้ได้ เหตุการณ์จึงสิ้นสุดลง

อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ยังไม่ทราบถึงสาเหตุของเหตุการณ์ครั้งนี้ ขณะนี้อยู่ระหว่างรอสอบปากคำคนร้ายที่ก่อเหตุ ซึ่งได้รับบาดเจ็บเพราะถูกพลเมืองดีช่วยจับกุม

ขอบคุณภาพจาก Mr-jack , กู้ภัยบางซื่อ 002