มะกัน 3 ครอบครัว หลงรักเมืองไทย ปักหลักที่น่าน เป็นจิตอาสาสอนภาษา

Written on February 26, 2016 at 7:13 am, by admin

ชาวอเมริกัน 3 ครอบครัว หลงใหลในประเทศไทย ย้ายปักหลัก หมู่บ้านต้นฮ่าง จ.น่าน สารภาพหลงรักเมืองไทยมาก ใช้เวลาว่างเป็นจิตอาสา สอนภาษาอังกฤษ ส่งเสียลูกเรียนนานาชาติ จ.เชียงใหม่ ยังไม่มีแนวโน้มอยากกลับอเมริกา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บ้านต้นฮ่าง ต.ป่าคา อ.ท่าวังผา จ.น่าน ซึ่งเป็นหมู่บ้านไทลื้อทั้งหมู่บ้าน และได้มีครอบครัวชาวต่างชาติ ที่ได้หลงใหลวิถีชีวิตของชาวไทลื้อ ย้ายครอบครัวมาจากประเทศสหรัฐอเมริกา รัฐแคลิฟอร์เนีย ทั้งหมด 3 ครอบครัว ผู้สื่อข่าวจึงได้เข้าไปสอบถามเบื้องต้น พบว่าเป็นบ้านไม้ 2 ชั้น ทรงไทลื้อโดยมีครอบครัวของ นายโรเบอร์ต โอไวเลอร์ หรือ ที่ชาวบ้านเรียกว่า อ.สมเกียรติ อายุ 50 ปี ที่ได้เข้ามาเช่าบ้านหลังดังกล่าวได้ นานกว่า 6 ปี โดยภายในบ้านอยู่กันทั้ง 5 คน คือ นางดอน โอไวเลอร์ หรือ ดาว อายุ 49 ปี ภรรยา อ.สมเกียรติ, นายเควิน โอไวเลอร์ หรือ พังงา อายุ 17 ปี ลูกชายคนโต, ด.ญ.กวิน โอไวเลอร์ หรือ น้องบัวไทย ลูกสาวคนที่ 2 และ ด.ช.วิลเลี่ยม โอไวเลอร์ หรือ น้องสมหวัง ลูกชายคนสุดท้อง ต่างอยู่ด้วยกันภายในบ้านอย่างมีความสุข

จากการสอบถามนายโรเบอร์ต โอไวเลอร์ หรือ อ.สมเกียรติ เปิดเผยว่า ได้พาครอบครัวย้ายมาจากหมู่บ้านไทลื้อเชียงคำ จ.พะเยา มาอยู่ที่หมู่บ้านต้นฮ่าง จ.น่าน ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2553 จนถึงปัจจุบันนานกว่า 6 ปี โดยย้ายมาด้วยกันทั้งหมด 3 ครอบครัว คือ นางสาวแอมมันดา หรือ คุณลัดดา อายุ 32 ปี เช่าบ้านอยู่ข้างๆ เป็นสาวโสด และอีกครอบครัวหนึ่ง อยู่ด้วยกัน 4 คน เช่าบ้านอยู่ในละแวกเดียวกัน โดยทั้งหมดมาจากรัฐเดียวกันในประเทศสหรัฐอเมริกา ทั้งนี้ ได้ตั้งใจที่จะมาอยู่ใน จ.น่าน เพราะชอบความน่ารักของคนที่นี่ มีอัธยาศัยที่ดี มีน้ำใจซึ่งกันและกัน และพี่น้องในหมู่บ้านต้นฮ่าง เปรียบเสมือนว่าเป็นพี่น้องกัน มีอะไรช่วยเหลือซึ่งกันและกัน

“นอกจากนี้ ผมเองยังเป็นคุณครูจิตอาสา ในด้านการสอนภาษาให้กับทุกคน ทุกหน่วยงานที่ต้องการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในเรื่องภาษา โดยปัจจุบันได้มีการสอนภาษาให้กับ จนท.รพ. และเจ้าหน้าที่ร้านขายยาท่าวังผาในช่วงหลังเวลาเลิกงานของ จนท.รพ.ท่าวังผา โดยที่ไม่คิดค่าใช้จ่ายแต่ใดๆ” นายโรเบอร์ต กล่าว

ด้าน นางดอน โอไวเลอร์ หรือ ดาว กล่าวว่า ชอบความเป็นอยู่ของชาวบ้านไทลื้อบ้านต้นฮ่าง เพราะเป็นหมู่บ้านที่เงียบสงบไม่มีความวุ่นวาย ทำให้ใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย ในแต่ล่ะวันตนเองจะอยู่บ้าน ทำหน้าที่สอนภาษาให้กับลูกๆ ทั้ง 3 คน ถึงเวลาสอบก็จะพาลูกๆ ทั้ง 3 คน ไปสอบที่โรงเรียนนานาชาติ จ.เชียงใหม่

“นอกจากนี้ ระหว่างที่สอนหนังสือให้กับลูกทั้ง 3 อยู่ในบ้าน ก็จะมีเด็กนักเรียนภายในหมู่บ้านก็จะเข้ามาเรียนภาษาด้วย โดยที่ไม่คิดค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด เพราะในเมื่อเข้ามาอยู่ในหมู่บ้านแล้วเราต้องตอบแทนคนในหมู่บ้าน เรารักทุกคนในหมู่บ้านเหมือนครอบครัวเราอีกครอบครัวหนึ่ง” นางดอน กล่าว

ขณะที่ นายโรเบอร์ต โอไวเลอร์ หรือ อ.สมเกียรติ ได้กล่าวทิ้งท้ายอีกว่า ดีใจที่มาอยู่ในหมู่บ้านต้นฮ่างนี้ นานกว่า 6 ปี โดย 4 ปี จะกลับบ้านที่ประเทศสหรัฐอเมริกา รัฐแคลิฟอร์เนีย 1 ครั้ง และยังไม่มีกำหนดว่าจะอีกกี่สิบปี ที่จะพาครอบครัวย้ายกลับไปอยู่ที่บ้านเกิด เพราะชอบใช้ชีวิตแบบชาวไทลื้อ เรียบง่าย ไม่วุ่นวาย และชอบความน่ารักของคน จ.น่าน

  • Comments Off on มะกัน 3 ครอบครัว หลงรักเมืองไทย ปักหลักที่น่าน เป็นจิตอาสาสอนภาษา
  • ข่าวประจำวัน

หนุ่มคลังยา รพ.ดัง ลวง ด.ช.ละเมิดทางเพศ พบทิชชูเปื้อนอสุจิอื้อ เหยื่อ 300 คน

Written on February 18, 2016 at 2:03 am, by admin

ภัยสังคม! ตำรวจ บก.น.8 ร่วม สภ.บุปผาราม จับหนุ่มคลังยาเจ้าหน้าที่แพ็คของลงกล่องไปรษณีย์ราคาถูก รพ.ดังย่านสาทร ลวงเด็กชายจำนวนมากเข้าห้องเช่าก่อนทำวิตถาร พบคราบอสุจิเปื้อนทิชชู 22 ก้อน สารภาพ ทำมาหลายครั้ง มีเด็กในสังกัดกว่า 300 คน อ้างอยากมีลูกชาย

เมื่อเวลา 01.30 น. วันที่ 18 ก.พ. 59 พล.ต.ต.มนตรี ยิ้มแย้ม ผบก.น.8 พ.ต.อ.ณัฏฐ์พัชร์ ผดุงจันทน์ ผกก.สน.บุปผาราม และ พ.ต.ท.ดร.ปราโมทย์ จันทร์บุญแก้ว สว.สส.สน.บุปผาราม ร่วมกันแถลงข่าวจับกุมตัว นายชนาบดินทร์ นิกุลกาญจน์ หรือจา อายุ 23 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาธนบุรี ลงวันที่ 17 ก.พ. 59 ข้อหาพรากเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปีไปเสียจากบิดามารดา ผู้ปกครองหรือผู้ดูแล เพื่อการอนาจารและกระทำชำเราเด็กอายุไม่เกินสิบห้าปี ซึ่งมิใช่ภรรยาหรือสามีของตนโดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม พร้อมของกลาง กระดาษทิชชูเปื้อนคราบอสุจิ 22 ก้อน โดยจับกุมตัวได้ที่ลานจอดรถโรงพยาบาลชื่อดังแห่งหนึ่งย่านสาทร ก่อนขยายผลตรวจยึดของกลางได้ที่ห้องเช่าเลขที่ 10 ซอยหลังโรงเรียนแสงอรุณ แขวงวัดกัลยาณ์ เขตธนบุรี กทม.

พล.ต.ต.มนตรี กล่าวว่า สืบเนื่องจากมีบรรดาอาจารย์และผู้ปกครองของเด็กโรงเรียนมัธยมชายล้วนชื่อดัง แห่งหนึ่งย่านถนนอิสรภาพ เดินทางเข้าให้ข้อมูลกับ พงส.สน.บุปผาราม ว่า บุตรหลานถูก นายชนาบดินทร์ ซึ่งเป็นอดีตนักเรียนสถาบันเดียวกันและมีพฤติกรรมเบี่ยงเบนทางเพศ ล่อลวงไปเที่ยวที่ห้องเช่าและกลับบ้านดึกเป็นประจำ ตำรวจจึงเรียกตัวเด็กที่เข้าข่ายจะถูกล่วงละเมิดทางเพศมาสอบสวน พบมีเด็กนักเรียนชั้น ม.1-ม.3 อายุระหว่าง 13-15 ปี 6 คน ยอมรับสารภาพว่าถูก นายชนาบดินทร์ พาไปห้องเช่า จ่ายเงินเลี้ยงข้าว ซื้อสุราให้ดื่ม ซื้อบุหรี่ให้สูบ และชวนดูคลิปโป๊ จากนั้นเหยื่อทั้งหมดจะถูก นายชนาบดินทร์ ขืนใจด้วยการกอดจูบ ก่อนใช้มือและปากสำเร็จความใคร่ให้เหยื่อ หากเหยื่อรายใดไม่ยอมก็จะกักตัวไว้ไม่ให้กลับบ้าน ซึ่งมีเหยื่อ 2 ใน 6 ราย เป็นบุตรของเจ้าหน้าที่ตำรวจสังกัด บก.น.8

หลังรับทราบข้อมูล ทางฝ่ายสืบสวนโดย ร.ต.อ.อนันต์ สว่างอัมพร ร.ต.อ.เสกสรรค์ ปะเทสังข์ และ ร.ต.อ.อดุลย์ศิริ วงศ์ตันกาศ รอง สว.สส.สน.บุปผาราม จึงกระจายกำลังซุ่มสังเกตการณ์ที่บ้านเช่าและโรงพยาบาลที่ทำงานของ นายชนาบดินทร์ ทันทีที่ศาลอนุมัติหมายจับจึงทำการรวบตัวได้ที่ลานจอดรถโรงพยาบาล แล้วพาไปตรวจค้นที่บ้านเช่า พบกระดาษชำระเปื้อนคราบอสุจิถูกทิ้งเกลื่อนกลาดจำนวนมาก จึงรวบรวมเอาไว้เป็นของกลางเพื่อให้พนักงานสอบสวนส่งตรวจดีเอ็นเอ ว่าตรงกับผู้เสียหายรายใดบ้าง โดยขณะนี้เชื่อว่ายังมีเหยื่ออีกหลายสิบรายไม่กล้าเข้าให้การกับเจ้าหน้าที่ ตำรวจ” พล.ต.ต.มนตรี กล่าว

จากการสอบสวน นายชนาบดินทร์ ต่อหน้าผู้ปกครองเด็กที่ตกเป็นเหยื่อทั้ง 6 ราย ยอมรับว่า ปัจจุบันทำงานเป็นพนักงานคลังยาที่โรงพยาบาล ยามว่างอาสาไปช่วยเล่นดนตรีตามโบสถ์เพราะนับถือศาสนาคริสต์ เคยก่อเหตุในลักษณะนี้มาแล้วหลายครั้ง เนื่องจากอยากมีลูกชาย จึงชอบพาเด็กผู้ชายไปเที่ยว กินข้าว โดยให้เด็กๆ เรียกว่าพ่อจา หรือครูจา ตามชื่อเล่น ตั้งแต่เรียนจบ ม.6 เคยเลี้ยงดูแลเด็กๆ ทั้งรุ่นน้องสถาบันเดียวกันและโรงเรียนอื่นๆ ที่อยู่ข้างเคียงจนมีเด็กในสังกัดประมาณ 300 คน แต่ไม่ได้ล่วงละเมิดทางเพศกับเด็กทุกคน เพราะบางคนไม่ยินยอม แต่ยืนยันว่าไม่เคยตุ๋ยใครเพราะเพียงแค่สัมผัสร่างกายภายนอกก็พอใจแล้ว

การนัดหมายให้เด็กๆ มาพบตนจะใช้ช่องทางโซเชียลทั้งเฟซบุ๊กและไลน์หลังเวลา 18.00 น. เนื่องจากจะรอให้เด็กเลิกเรียนก่อน เมื่อเสร็จกิจบางครั้งก็ให้เงินเด็กใช้ครั้งละ 20-30 บาท บางทีก็พาไปเดินเที่ยว ไปกินข้าว ที่ผ่านมาพยายามเลือกคบหาแฟนที่เป็นผู้หญิงแล้ว โดยทดลองพูดคุยกันนาน 1 เดือน แต่ไม่เคยมีสัมพันธ์ลึกซึ้ง เมื่อเกิดอารมณ์เหงาก็จะกลับมาหาเด็กๆ ผู้ชายเหล่านี้ ทั้งนี้ ขอกราบขอโทษผู้ปกครองน้องๆ ทุกราย หลังชดใช้ความผิดจบสิ้น ขอสัญญาว่าจะกลับเนื้อกลับตัวเป็นคนใหม่ ไม่ลวงบุตรหลานใครไปทำอะไรไม่ดีอีกแล้ว” นายชนาบดินทร์ กล่าว

ด้าน พ.ต.ท.ดร.ปราโมทย์ กล่าวว่า จากการตรวจสอบโทรศัพท์มือถือของผู้ต้องหา พบว่ามีภาพเด็กผู้ชายนำพวงมาลัยมากราบเท้าถึงที่ห้อง เมื่อสอบถามได้ความว่าเด็กๆ ในสังกัดส่วนใหญ่รักและนับถือเสมือนเป็นพ่อ แต่ตำรวจไม่ปักใจ เนื่องจากเชื่อว่าน่าจะเป็นการบังคับขู่เข็ญให้เด็กกระทำมากกว่า จึงอยากฝากประชาสัมพันธ์ไปถึงบรรดาผู้ปกครองของเด็กชายที่สงสัยว่าอาจเคยถูก นายชนาบดินทร์ ล่วงละเมิดทางเพศ ให้พาตัวบุตรหลานเข้าพบพนักงานสอบสวน สน.บุปผาราม เพื่ออายัดตัวดำเนินคดีเพิ่มเติมต่อไป.

ตร. ประชุมชุดสืบสวนคดีฆ่าหั่นศพ เร่งขอหมายจับเพิ่มอีก 1 ราย

Written on February 8, 2016 at 9:23 am, by admin

ตร. ประชุมชุดสืบสวน เร่งขอออกหมายจับเพิ่มอีก 1 ราย ผู้ดำเนินธุรกิจนขายกล่องไปรษณีย์ บ่ายวันนี้ หลังคดีฆ่าหั่นศพชาวสเปนคืบหน้าไปมาก จ่อสอบขยายผลผู้ร่วมขบวนการ

วันที่ 8 ก.พ. 59 พล.ต.อ.ปัญญา มาเม่น ที่ปรึกษา สบ.10 ในฐานะหัวหน้าคณะทำงานชุดคลี่คลายคดีฆ่าหั่นศพ นายเดวิด เบอร์แน็ต ชาวสเปน เปิดเผยว่า

“ได้มอบหมายให้ พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เป็นผู้สรุปพยานหลักฐานขออนุมัติหมายจับผู้ต้องหารายสำคัญอย่างน้อย 1 คน ในหลายข้อหา เนื่องจากผู้ต้องหารายนี้มีส่วนเกี่ยวข้องในทุกกระบวนการ ตั้งแต่ขั้นตอนการลักพาตัวไปจนถึงขั้นตอนการฆ่าชำแหละชิ้นส่วนก่อนนำไปทิ้ง ลงแม่น้ำเจ้าพระยา โดยจะเร่งให้ทราบผลหมายจับภายในบ่ายวันนี้ แต่รายละเอียดยังไม่สามารถเปิดเผยได้ เพราะอาจส่งผลกระทบต่อรูปคดี จากนั้นจะมอบหมายให้พนักงานสอบสวนเก็บพยานหลักฐานเพิ่มเติมบางส่วนเพื่อตรวจ สอบว่า มีผู้ร่วมขบวนการรายอื่นเพิ่มเติมด้วยหรือไม่”

พล.ต.อ.ปัญญา “ยอมรับว่าเจ้าหน้าที่ควบคุมตัว นางสาวปริศนา หรือ พลอย แสนอุบล และเพื่อนชายที่เป็นคนขับรถพานาย  อาร์ตูร์ เชกรารา ปรินเซป ไปกดเงินที่ตู้เอทีเอ็ม ในนิคมอุตสาหกรรมโรจนะ อำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการสอบปากคำเพิ่มเติม

อย่างไรก็ตาม สำหรับการประชุมชุดสืบสวนคลี่คลายคดีในวันนี้ จะเป็นการประชุมเพื่อสรุปพยานหลักฐาน ตั้งแต่สถานที่ที่คาดว่าเป็นจุดกักขัง และสถานที่ต้องสงสัยอื่นๆ ที่คาดว่าจะเกี่ยวข้อง ตลอดจนพยานหลักฐานต่างๆ อาทิ ชิ้นส่วนก้นกรองบุหรี่ ถุงขยะสีดำต้องสงสัย ที่คาดว่าอาจเป็นถุงที่ใช้บรรจุชิ้นส่วนศพ และรอยเลือดที่พบในช่องแช่แข็งภายในตู้เย็นของบ้านหลังหนึ่ง ซึ่งหลักฐานทั้งหมดจะถูกนำไปตรวจสอบรอยนิ้วมือแฝงและความเชื่อมโยง เพื่อขออนุมัติศาลออกหมายจับผู้ต้องหาในคดีนี้ต่อไป”

จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิด พบว่า เมื่อวันที่ 20 มกราคม ผู้ตายเข้ามาที่คอนโดแล้วไม่ได้กลับออกไปอีก ซึ่งทางตำรวจสงสัยว่าสถานที่นี้คือที่ใช้ก่อเหตุ โดยผู้ต้องหาแจ้งไปยังเจ้าของห้องว่าจะย้ายออกชั่วคราว ในวันที่ 31 มกราคม จากนั้นจึงทยอยย้ายของออก

เสียวบึม! ชาวอุดรฯ ลงแขกจับปลา ผงะเจอลูกปืน ค. โร่แจ้ง EOD เก็บกู้

Written on January 17, 2016 at 4:19 am, by admin

ชาวบ้านอุดรธานี สูบน้ำออกจากคลองหลังโรงงานกล่องไปรษณีย์ ก่อนชวนญาติลงแขกจับปลา ผงะ เจอลูกปืน ค. ชนิดทำลายล้าง โร่แจ้ง ตร. ประสานเจ้าหน้าที่อีโอดีเก็บกู้ พบผ่านการใช้งานแล้วแต่ยังมีดินปืน พร้อมระเบิดได้

เมื่อเวลา 11.10 น. วันที่ 16 ม.ค. 59 พ.ต.ท.กุศล สิทธิขันแก้ว พงส.ชำนาญการ สภ.เมืองอุดรธานี รับแจ้งจากศูนย์วิทยุร่มโพธิ์ทอง ว่า มีชาวบ้านลงแขกหาปลาพบลูกระเบิดขนาดใหญ่ อยู่ปากท่อระบายน้ำในคลองริมถนน บริเวณหน้าร้านรับซื้อของเก่า บ้านเหล่านาดี ต.นาดี อ.เมืองอุดรธานี ห่างจากแยกไฟจราจร ถนนอุดรธานี-หนองบัวลำภู เข้าไปตามถนนบ้านเหล่านาดี-อ.หนองแสง ราว 200 เมตร จึงพร้อมด้วย ร.ต.ท.ฉลองรัฐ หวายแก้ว หัวหน้าหน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิด (EOD) กก.สส.ภ.จว.อุดรธานี นำกำลังไปตรวจสอบและทำการเก็บกู้


ไปเจอลูกปืน ค.120 อยู่ปากท่อระบายน้ำในคลองริมถนน


มีร้านรับซื้อของเก่าอยู่ใกล้ๆ จุดพบกระสุนปืน ค.120

ที่เกิดเหตุพบลูกปืน ค. ขนาดใหญ่สีดำ ที่มีสภาพเก่าขึ้นสนิม ผ่านการยิงมาแล้ว เนื่องจากหัวชนวนหลุดออก แต่ข้างในยังมีดินปืนอยู่ มีน้ำหนักราว 8 กิโลกรัม เจ้าหน้าที่ EOD นำสก๊อตเทปผันรอบหัวชนวน ก่อนนำยางรถยนต์มาครอบเอาไว้ พร้อมทั้งกันชาวบ้านออกเนื่องจากลูกระเบิดยังมีดินปืน สามารถระเบิดได้ทุกเวลา

สอบสวน นายจันทร์ไทย แสนวันดี อายุ 60 ปี ชาวบ้าน ต.นาดี อ.เมืองอุดรธานี ให้การว่า ช่วยกันกับญาติรวม 10 คน นำเครื่องสูบน้ำ สูบน้ำออกจากคลองตั้งแต่เมื่อวานจนแห้งขอด และเวลาประมาณ 04.00 น. วันนี้ พากันมาจับปลา ขณะที่จับปลาอยู่ที่บริเวณปากท่อระบายน้ำ พบว่ามีของแข็งคล้ายเหล็กจมโคลนอยู่ ยกขึ้นมาพบว่าเป็นลูกระเบิดขนาดใหญ่ จึงแจ้งเจ้าหน้าที่ตรวจสอบ


อีโอดี ตร.ภูธร จ.อุดรธานี เข้าเก็บกูลูกปืน ค.120

ร.ต.ท.ฉลองรัฐ เปิดเผยว่า ลูกปืนที่พบเป็นลูกกระสุนปืน ค. ขนาด 120 มิลลิเมตร น้ำหนักประมาณ 8 กิโลเมตร ชนิดระเบิดทำลายล้าง คาดว่ากระสุนด้าน แต่ยังอาจระเบิดได้ หากโดนสะเก็ดไฟตกใส่ หรือโดนความร้อนเป็นเวลานาน


เอายางรถยนต์มาครอบเพื่อความปลอดภัย

“ลูกระเบิดชนิดนี้มีใช้อยู่ในกองทัพบก ใช้ยิงกับปืน ค. หรือเครื่องยิงลูกระเบิดวิธีโค้ง มีอนุภาพทำลายล้าง 50-100 เมตร คาดว่ามีอายุประมาณ 40 ปีขึ้น นิยมใช้ในสมัยสงครามเวียดนาม ในยุคนั้นทหารไทยและอเมริกา โดยใช้กระสุนจริงซ้อมรบ จากนี้จะนำลูกปืน ค. ไปเก็บไว้ที่รักษาปลอดภัย ก่อนทำลายต่อไป”


เจ้าหน้าที่ EOD นำสก๊อตเทปผันรอบหัวชนวน ก่อนจะเก็บกู้ไปทำลาย

ด้าน พ.ต.ท.กุศล เปิดเผยว่า เบื้องต้นสอบสวนเจ้าของร้านรับซื้อของเก่า ให้การว่า ก่อนช่วงเทศกาลปีใหม่ ราว 1 สัปดาห์ มีชายอายุราว 40 ปี ขี่รถจักรยานยนต์นำลูกระเบิดปืน ค. ใส่ถุงปุ๋ยเพื่อมาชั่งกิโลขาย แต่ไม่รับเนื่องจากเกรงว่าจะเป็นอันตราย จึงได้บอกให้นำไปแจ้งตำรวจ กระทั่งชาวบ้านที่มาหาปลาพบเข้า.

ปอ.511 ชนหนุ่มข้ามถนนดับย่านบางนา คาดคนสติไม่ดี วิ่งตัดหน้ารถ

Written on January 6, 2016 at 8:55 am, by admin

รถเมล์ ปอ.สาย 511 ชนหนุ่มศรีสะเกษ ขณะข้ามถนนพร้อมถือกล่องไปรษณีย์ราคาถูกใส่ของพะรุงพะรัง ก่อนล้อทับเสียชีวิตย่านบางนา ตรงข้ามกรมอุตุฯ พยานระบุ ผู้ตายสติไม่ดี เดินผ่านไปมาย่านนี้ประจำ โชเฟอร์อ้างวิ่งตัดหน้ารถ

เมื่อเวลา 07.30 น. วันที่ 6 ม.ค. 59 ร.ต.ท.วรวิทย์ มีคำ พงส.สน.บางนา ได้รับแจ้งอุบัติเหตุรถโดยสารปรับอากาศ (ปอ.) สาย 511 ชนคนเดินเท้าข้ามถนนเสียชีวิต บริเวณถนนสุขุมวิท ฝั่งขาเข้า ตรงข้ามกรมอุตุนิยมวิทยา แขวงบางนา เขตบางนา กทม. จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สายตรวจ และเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร สน.บางนา และเจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง

ที่เกิดเหตุบริเวณเลนซ้ายสุด พบศพ นายสราวุธ จันทร์แจ้ง อายุ 29 ปี อยู่บ้านเลยที่ 47 หมู่ 4 ต.ตะเคียน อ.ขุขันธ์ จ.ศรีสะเกษ นอนคว่ำหน้าจมกองเลือดอยู่ช่วงบริเวณล้อหลังรถโดยสารประจำทาง ปอ. สาย 511 สีส้ม ทะเบียน 12-5547 กรุงเทพมหานคร โดยมี นายณรงค์ ต้นทองคำ อายุ 59 ปี อยู่บ้านเลยที่ 163 หมู่ 4 ต.ท้ายบ้านใหม่ อ.เมืองสมุทรปราการ เป็นผู้ขับ ยืนรอให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ

ร.ต.ท.วรวิทย์ เปิดเผยว่า จากการสอบสวน นายณรงค์ ให้การว่าขับรถโดยสารประจำทาง ปอ. สาย 511 ออกมาจากท่ารถสำโรง โดยมีผู้โดยสารเต็มคันรถ เพื่อมุ่งหน้าสู่สายใต้ใหม่ ตามปกติ เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุผู้ตายวิ่งมาตัดหน้ารถจึงทำให้เกิดเหตุการณ์ชนและทับ เสียชีวิตขึ้น

ทั้งนี้ จากการสอบสวนพยานแวดล้อมในเบื้องต้นพบว่า ผู้เสียชีวิตดูเหมือนจะเป็นคนสติไม่ดี มักเดินผ่านไปผ่านมาบริเวณนี้อยู่เป็นประจำ อย่างไรก็ตาม ทางเจ้าหน้าที่จะสอบสวนพยานแวดล้อมเพิ่มเติมเพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตที่ แท้จริงต่อไป.

บคด.บก.ตม.6 คุมเข้มตรวจคนเข้าออกประเทศ

Written on December 28, 2015 at 3:57 am, by admin

กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 6 เข้มงวดกวดขันการเข้าออกประเทศของชาวไทยและชาวต่างชาติ รองรับเทศกาลปีใหม่ 2559 หลัง ผบช.สตม.สั่งเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด พร้อมเชิญแจ้งเบาะแสสายด่วน สตม.1178

เมื่อวันที่ 27 ธ.ค. ที่ บก.ตม.6 อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา พล.ต.ต.นิติพงศ์ เนียมน้อย ผบก.ตม.6 เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้ พ.ต.อ.ภัคพงศ์ สายอุบล ผกก.งานสืบสวนปราบปรามและงานขออยู่ต่อในราชอาณาจักร/ถิ่นที่อยู่ของคน ต่างด้าว กก.บคด.บก.ตม.6 สตม. และหัวหน้าตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจังหวัด และหัวหน้าด่าน ตม.ฯ ทุกที่ 11หน่วยครอบคลุมในพื้นที่ 14 จังหวัดภาคใต้ ปฏิบัติตามสั่งการและนโยบายของ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบตร. และ พล.ต.ท.ณัฐธร เพราะสุนทร ผบช.สตม. โดยเคร่งครัด โดยได้สั่งการและมีนโยบายให้ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองเข้มงวดกวดขันในการตรวจตรา คนต่างชาติ/ต่างด้าว ที่กระทำความผิดในพื้นที่รับผิดชอบตามอำนาจหน้าที่ของตนเองอย่างเคร่งครัด

โดย เช่น กก.บคด.บก.ตม.6 ที่มีงานสืบสวนปราบปรามอยู่ในความรับผิดชอบ รวมถึงการขออยู่ต่อ/ถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักรของคนต่างด้าว และมีพื้นที่ความรับผิดชอบพี้นที่จังหวัดในภาคใต้ทั้งหมดรวม 14 จังหวัด ซึ่งกว้างไกลมาก จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องใช้ความร่วมมือและเทคโนโลยีมาช่วยในการสืบสวน ป้องกันและปราบปรามชาวต่างชาติ/ต่างด้าว ที่ถูกต้องและกระทำความผิดในราชอาณาจักรไทย แต่ยังมี ตม.จว.ฯทั้ง 11 แห่งในภาคใต้ ที่มีพื้นที่ในการรับผิดชอบครอบคลุมภาคใต้ทั้งหมด บาง ตม.จว.ฯ รับผิดชอบจังหวัดเดียว แต่ในบาง ตม.จว.ฯ รับผิดชอบพื้นที่ประมาณ 2 ถึง 3 จังหวัดในขณะนี้ ในอนาคตน่าจะมี ตม.จว.ฯ ครบในพื้นที่ของแต่ละจังหวัด

โดยในช่วงเทศกาลปีใหม่นี้ทาง พล.ต.ท.ณัฐธร เพราะสุนทร ผบช.สตม. พล.ต.ต.ภาคภูมิ สัจจพันธ์ รอง ผบช.สตม. ได้สั่งการให้ ตม.จว.ฯ และด่าน ตม.ฯ ที่มีช่องทางเข้าออกกับประเทศเพื่อนบ้านทั้งทางบก ทางน้ำ และทางอากาศ ได้ตรวจหนังสือเดินทางหรือเอกสารที่ใช้แทนหนังสือเดินทางทุกชนิด สัมภาระที่ใส่มาในกระเป๋าหรือแม้กระทั่่งสิ่งของที่อยู่ในกล่องพัสดุไปรษณีย์ก็ให้ตรวจเข้ม ตรวจเอกสารอย่างละเอียดพร้อมทั้งอำนวยความสะดวกในการเดินทางโดยคำนึงถึงความ มั่นคงและการบริการควบคู่กันไป แต่จะต้องมีความมั่นคงปลอดภัยของประเทศเป็นหลัก โดยในช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ.2559 ที่จะถึงนี้ที่มีวันหยุดยาวตั้งแต่วันพฤหัสที่ 31 ธ.ค. 58 ถึงวันอาทิตย์ที่ 3 ม.ค.59 และในช่วง 7 วันอันตรายหัวท้ายวันหยุดยาว ซึ่งไม่ใช่ว่าเกี่ยวกับการเดินทางเเละรณรงค์ด้านการจราจรอย่างเดียว การตรวจหนังสือเดินทาง (passport) และการคัดกรองบุคคลต่างชาติเข้าออกประเทศไทยก็มีความจำเป็นและมีความสำคัญ ต่อประเทศไทยเป็นอย่างยิ่ง โดยคาดว่าจะมีประชาชนทั้งไทยและเทศเดินทางเข้าออกในช่วงเทศกาลปีใหม่เป็น จำนวนมากหลักหลายแสนราย ดังนั้น จึงขอให้เตรียมเอกสารในการเดินทางเข้าออกประเทศไทยให้พร้อมคือ

1.หนังสือเดินทาง /เอกสารใช้แทนหนังสือเดินทางประเภทต่างๆ 2.การกรอกบัตร ตม.6 ให้ครบถ้วนโดยเฉพาะคนต่างชาติ จำเป็นต้องกรอกทุกข้อโดยเคร่งครัด 3.บัตรประจำตัวหรือไอดีการ์ดประจำตัว กรณีต้องแสดงเพิ่มเติมตามที่ตำรวจ ตม.ร้องขอดูประกอบ โดยคนไทยและต่างชาติจะต้องไม่มีหมายจับและคำสั่งห้ามเดินทางออกจากศาลหรือ เจ้าพนักงานราชการที่มีอำนาจเช่น เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ พนักงานสอบสวน ฯลฯ การอยู่ในราชอาณาจักรเกินกำหนดอนุญาต (over stay) ในกรณีเดินทางออกนอกประเทศ ส่วนในการเดินทางเข้ามาประเทศ ก็จะต้องไม่เป็นบุคคลแบล็กลิสต์หรือต้องห้ามในการเข้าประเทศไทย

4.เมื่อ ต่างชาติ/ต่างด้าว เดินทางเข้ามาในประเทศไทยแล้ว จะต้องแจ้งที่พักอาศัยต่อเจ้าพนักงานตำรวจตรวจคนเข้าเมืองหรือสถานีตำรวจ พื้นที่ ทั้งตัวต่างชาติ/ต่างด้าว ตลอดจนเจ้าบ้าน/เจ้าของกิจการที่พักทุกประเภทที่ให้บริการตาม ม.37 และ ม.38 แห่ง พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 ซึ่งหากไม่ปฏิบัติตามกฎหมายจะมีโทษตามกฎหมายดังกล่าว นอกจากนี้จะเข้มงวดกวดขันการกระทำความผิดสำคัญๆ ที่เป็นปัญหาของสังคมและของประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเข้ามากระทำความผิดที่เกี่ยวข้อง พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522 อาชญากรข้ามชาติ ค้ามนุษย์ และยาเสพติด ถือเป็นนโยบายแห่งชาติ

นอกจากนี้ ยังมีการตรวจตราเข้มงวดกวดขันเกี่ยวกับการตรวจหนังสือเดินทางปลอม การใช้หนังสือเดินทางของผู้อื่นมาใช้ การดัดแปลงแก้ไขข้อมูลในหนังสือเดินทาง ฯลฯ โดย พ.ต.อ.ภัคพงศ์ สายอุบล ผกก.สืบสวนปราบปราม บคด.บก.ตม.6 กล่าวเพิ่มเติมว่าหากพบเบาะแสการกระทำความผิดที่เกี่ยวข้องกับชาวต่าง ชาติ/ต่างด้าว ในประเทศไทย หรือคนไทยที่เกี่ยวข้องในการกระทำความผิดของคนต่างด้าว/ต่างชาติ สามารถแจ้งเบาะแสและเเจ้งเหตุได้ที่ ตม.จว.ที่รับผิดชอบจังหวัดนั้นๆ หรือหมายเลขสายด่วน สตม. 1178 หรือแจ้งทางเฟซบุ๊กเพจของงานสืบสวนปราบปราม บคด.บก.ตม.6 ชื่อ “แจ้งข่าว/เบาะแสอาชญากรรมต่างชาติให้ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองภาคใต้” หรือแจ้งเบาะแสทางไอดีไลน์ one191919 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ตามสโลแกนของ ผบช.สตม. ที่กล่าวไว้ว่า “คนดีอยู่ง่าย คนร้ายอยู่ยาก” พ.ต.อ.ภัคพงศ์ กล่าว.

จ่ายรายละ 8 หมื่น เหยื่อไฟฟ้าระเบิด! เจ็บ 4 บ้านพัง 68 หลัง ที่สุราษฎร์

Written on December 22, 2015 at 7:38 am, by admin

ยังจำได้ไหม! เหตุไฟฟ้าแรงสูงลัดวงจรเกิดการระเบิดในระบบจ่ายไฟครั้งใหญ่ที่ อ.เวียงสระ จ.สุราษฎร์ฯ เมื่อปลายเดือน พ.ย.มีผู้บาดเจ็บ 4 คน บ้านเสียหาย 68 หลัง โรงงานกล่องไปรษณีย์ เสียหาย  1 หลัง กฟภ.ช่วยซ่อมและเยียวยาหมดแล้ว พร้อมสร้างบ้านใหม่ราคา 7 แสน 1 หลัง…

เมื่อวันที่ 21 ธ.ค.58 นายภานุมาศ ลิ้มสุวรรณ ผู้อำนวยการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เขต 2 (ภาคใต้) จ.นครศรีธรรมราช กล่าวว่า ภายหลังจากที่ชาวบ้านในพื้นที่หมู่ที่ 1 ต.เขานิพันธุ์ และหมู่ที่ 5 ต.คลองฉนวน อ.เวียงสระ ได้รับผลกระทบกรณีเกิดเหตุไฟฟ้าแรงสูงลัดวงจร ทำให้เกิดระเบิดขึ้นเมื่อวันที่ 27 พ.ย.58 ที่ผ่านมา ส่งผลให้ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนเสียหายจำนวน 68 ครัวเรือน มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 4 ราย ซึ่งผู้ได้รับบาดเจ็บทางการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคได้มอบเงินเยียวยาในเบื้องต้น จำนวน 8 หมื่นบาท ส่วนอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ได้รับความเสียหายและชำรุด ทางการไฟฟ้าได้ดำเนินการซ่อมแซม เปลี่ยนให้กับชาวบ้านเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ในส่วนบ้านของนายศรายุทธ คินธร ที่ได้รับบาดเจ็บสาหัส นั้น นอกจากจะมอบเงินเป็นการช่วยเหลือแล้ว ทางการไฟฟ้าฯ ยังได้ดำเนินการสร้างบ้านใหม่ให้อีก 1 หลัง มูลค่ากว่า 7 แสนบาท เนื่องจากกระแสไฟฟ้าที่ระเบิดลงมา ทำให้โครงสร้างของบ้านได้รับความเสียหาย ไม่สามารถที่จะใช้เป็นที่อยู่อาศัยได้

ทั้งนี้ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ได้แบ่งเจ้าหน้าที่ออกเป็น 7 ทีม ออกเยี่ยมเยียนชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบเพื่อต้องการทราบถึงปัญหา หลังจากได้ให้การช่วยเหลือในช่วงที่ผ่านมาแล้วมีการขาดตกบกพร่องประการหนึ่ง ประการใดหรือไม่ หากยังมีข้อบกพร่องก็จะดำเนินการให้แล้วเสร็จ

ด้านนางอิ่มใจ บุญมี อายุ 38 ปี อยู่บ้านเลขที่ 18 ม.1 ต.เขานิพันธุ์ อ.เวียงสระ จ.สุราษฎร์ธานี กล่าวว่า รู้สึกดีใจที่ทางการไฟฟ้าฯ เข้ามาให้การช่วยเหลือในการซ่อมแซมสายไฟฟ้า อุปกรณ์ไฟฟ้าภายในบ้าน และหากอุปกรณ์ไฟฟ้าชิ้นไหนไม่สามารถดำเนินการซ่อมแซมได้ เขาจะเปลี่ยนให้ภายหลังจากเกิดเหตุ จนสามารถที่จะใช้ได้ตามปกติ.

ระทึก! ตร.สืบสวน วูบ ขับเก๋งพุ่งชนอาคาร ใต้ห้องทำงาน ผบก.ปทุมฯ

Written on December 17, 2015 at 4:48 am, by admin

ระทึก! ร.ต.ต.ตร.สืบสวน ภ.จว.ปทุมฯเกิดวูบ เพราะมีโรคประจำตัว ขับเก๋งพุ่งชนตัวอาคาร บก.ใต้ห้องผู้การ ขณะนั่งทำงานทำจนท.สะดุ้งสุดตัวรีบออกมาดู เคราะห์ดีซื้อซองกันกระแทกมาหลายแพควางไว้บนหน้าคอนโซล เลยทำให้ช่วยลดแรงกระแทก ทำให้ไม่มีผู้เสียชีวิต รีบนำตัวคนขับส่งรพ.

เมื่อเวลา 20.30 น. วันที่ 16 ธันวาคม 2558 พ.ต.ท วรุตน์ ไทยรัฐเทวินทร์ พนักงานสอบสวน สภ.เมืองปทุมธานี ได้รับแจ้งจากตำรวจศูนย์วิทยุ ภ.จว.ปทุมธานี ว่า มีอุบัติเหตุนายตำรวจ ขับรถชนตัวอาคารกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดปทุมธานี ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ หลังรับแจ้ง จึงรีบรุดเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมด้วย อาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู

ในที่เกิดเหตุ บริเวณด้านหน้าสำนักงานกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดปทุมธานี พบรถยนต์เก๋ง โตโยต้า รุ่นคัมรี่ สีบรอนซ์ หมายเลขทะเบียน ชฎ – 4073 กรุงเทพมหานคร โดยสภาพหน้ารถพุ่งชนอัดกับตัวอาคารของสำนักงาน ที่ชั้นล่างเป็นห้องเจ้าหน้าที่ฝ่ายธุรการ ส่วนชั้นบนเป็นห้องทำงานของ พล.ต.ต.ถาวร ขาวสะอาด ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี และจากการตรวจสอบพบว่า หน้ารถพังเสียหายกันชนแตก ฝากระโปรงยุบ จนถึงตัวเครื่อง กระจกหน้ารถร้าว ยางแตกถึง 3 เส้น และยังพบว่า ใต้ถุนตัวอาคารแตกเป็นรูโหว่ นอกจากนี้ ยังชนป้ายเหล็กที่ระบุชื่อผู้มอบที่ดินในการสร้างตัวอาคารสำนักงานเสียหาย ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บซึ่งเป็นคนขับ ทราบชื่อ ร.ต.ต.ศักดา ประเสริฐสม อายุ 54 ปี เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ภ.จว.ปทุมธานี มีเจ้าหน้าที่ตำรวจรีบนำส่ง รพ.ปทุมธานี ไปก่อนหน้านี้แล้ว

จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ ร้อยตำรวจตรีศักดาฯ ได้ขับรถเพื่อที่จะเข้ามาเคลียร์งานที่ได้รับมอบหมาย ระหว่างที่ขับรถถึงจุดเกิดเหตุ น่าจะเกิดอาการวูบ รถจึงเสียหลัก เลี้ยวเข้ามาทางด้านหน้าตัวอาคารด้วยความเร็วและแรง ก่อนที่จะพุ่งชนขึ้นฟุตบาท และพุ่งชนตัวอาคารอย่างจัง โชคดีที่ไม่มีผู้เสียชีวิต และในขณะที่เกิดเหตุ ยังมีเจ้าหน้าที่ตำรวจอีกหลายนาย รวมทั้ง พล.ต.ต.ถาวร ขาวสะอาด ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี กำลังนั่งทำงานอยู่ที่ห้อง ทุกคนถึงกับตกใจเมื่อมีเสียงดังโครมใหญ่ ก่อนที่หลายคนจะวิ่งลงมาดู พบว่า ร.ต.ต.ศักดา ขับรถชนตัวอาคาร จึงได้ช่วยกันนำผู้ได้รับบาดเจ็บขึ้นรถประจำตำแหน่งของ พล.ต.ต.ถาวร ฯ รีบนำส่งโรงพยาบาลทันที

ทางด้าน พล.ต.ต.ถาวร เปิดเผยว่า เบื้องต้นทราบว่า ร.ต.ต.ศักดาฯ มีโรคประจำตัว และขณะขับรถมารับมอบหมายงาน คงเกิดอาการโรคกำเริบและวูบ จึงทำให้รถเสียหลัก และเกิดเหตุดังกล่าว อย่างไรก็ตาม จะได้มีการสืบสวนสอบสวน ต่อไป แต่ก็ถือว่าโชคดี ที่ไม่มีผู้เสียชีวิต และขอให้ผู้ใต้บังคับบัญชาปลอดภัย ตนก็ถือว่าโชคดีแล้ว

 

ไล่ล่าโจ๋เมืองกาญจน์ ‘ไอ้มอส’ หนีสุดชีวิต คาดอีก 2 อาจมอบตัว

Written on December 11, 2015 at 9:10 am, by admin

ตำรวจเมืองกาญจนบุรี กดดันวัยรุ่นที่ยังหลบหนีคดีทำร้ายหนุ่ม 19 ปี เสียชีวิต คาด 2 ใน 3 จะมอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเร็วๆ นี้ ส่วน “ไอ้มอส” เชื่อ! หนีสุดชีวิต เหตุมีคดีเก่าติดตัวคือ ฆ่าและชิงทรัพย์ผู้จัดการโกดังเก็บกล่องไปรษณีย์ ด้านแม่เหยื่อพอใจคดีคืบหน้า ลั่นไม่เผาศพ รอ ตร.จับครบแก๊ง

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 11 ธ.ค. 58 พ.ต.อ.พิสุทธิ์ ศุกระศร ผกก.สภ.เมืองกาญจนบุรี พร้อม พ.ต.ท.สุชาย เทศัชบุตร รอง ผกก.สส. สภ.เมืองกาญจนบุรี และชุดสืบสวน สภ.เมืองกาญจนบุรีร่วมประชุม ตำรวจชุดไล่ล่า 3 ผู้ต้องหาร่วมกันฆ่าหนุ่ม 19 ปี ที่ยังหลบหนี โดยใช้เวลานานกว่า 1 ชั่วโมงจึงเสร็จสิ้น จากนั้นชุดสืบสวนได้กระจายลงพื้นที่เพื่อติดตามคนร้ายต่อไป

พ.ต.อ.พิสุทธิ์ เปิดเผยว่า ความคืบหน้าในการติดตามจับกุมผู้ต้องหาที่กำลังหลบหนีอยู่อีก 3 ราย ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ภาค 7 รวมทั้งเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ภ.จว.กาญจนบุรี ได้ร่วมลงพื้นที่เพื่อคลี่คลายคดี ด้วยการเข้าพบผู้ปกครองของผู้ต้องหาทั้ง 3 รายเพื่อเจรจาขอให้ประสานหรือติดต่อไปยังลูกชายที่กำลังหลบหนีอยู่ แต่ถ้าหากผู้ปกครองไม่สามารถติดต่อลูกชายได้ เจ้าหน้าที่ก็มีหน้าที่ติดตามจับกุมเพื่อให้ได้ตัวมาดำเนินคดีโดยเร็วอยู่ แล้ว ซึ่งเจ้าหน้าที่จำเป็นจะต้องกดดันผู้ต้องหาทั้ง 3 รายทุกวิถีทาง

อย่างไรก็ตาม จากการเจรจากับผู้ปกครองของผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย ในส่วนของ 2 รายคือ นายปริญญ์ ปิ่นโรจน์ หรือ นาย และ นายชัยอนุวัต รอดภัย หรือต้น อายุ 23 ปี เชื่อว่าจะมีการพูดคุยเรื่องการขอเข้ามอบตัว แต่ในส่วนของนายนิตินัย วัชรานุทัศน์ หรือมอส อายุ 25 ปี คงยากที่จะยอมมอบตัว เพราะเคยก่อเหตุลักษณะเดียวกันมาก่อน ขณะนี้อยู่ระหว่างหนีประกันในชั้นศาล และในครั้งนี้ก็มาก่อเหตุร้ายซ้ำอีก แต่ทางตำรวจพยายามที่จะพูดคุยกับญาติของผู้ต้องหาทั้งสามคนให้เข้ามอบตัวสู้ คดีน่าจะเป็นแนวทางที่ดีที่สุด

“ทีมสืบสวนยังเชื่อว่าผู้ต้องหาทั้ง 3 รายยังคงหลบซ่อนตัวอยู่ในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี และน่าเชื่อว่ายังไม่ได้หลบหนีข้ามไปยังฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน ทางชุดไล่ล่าก็ยังติดตามจับกุมอย่างเต็มที่ ไม่มอบตัวก็จะกดดันไล่ล่าจับกุมให้ได้ตัวโดนเร็วที่สุดต่อไป” พ.ต.อ.พิสุทธิ์ กล่าวท้ายสุด

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ส่วนบ้านเลขที่ 10 / 1 หมู่ 3 ต.ท่ามะขาม อ.เมือง จ.กาญจนบุรี สถานที่ตั้งสวดพระอภิธรรม ศพนายกฤษดา หรือเอิร์ต อ่อนน้อม อายุ 19 ปี บรรยากาศยังคงอยู่ในความโศกเศร้า โดยนางกัญญา อ่อนน้อม ทอยชเลอร์ แม่ของเอิร์ต เปิดเผยว่า ทราบว่าขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถติดตามผู้ต้องหาที่หลบหนีจนมีการขอเข้า มอบตัวรวมเป็นผู้ต้องหาที่ถูกดำเนินคดีแล้วจำนวน 3 ราย ยังคงหลบหนีอยู่อีก 3 ราย ตนและญาติก็รู้ดีว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจได้พยายามทำหน้าที่อย่างดีที่สุด แต่พวกเราก็ยังต้องการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งจับกุมผู้ต้องหาที่ยังคงหลบ หนีมาดำเนินคดีให้ได้โดยเร็ว ทางครอบครัวก็จะยังคงไม่มีกำหนดการเผาศพของน้องเอิร์ต จนกว่าเจ้าหน้าที่จะจับกุมตัวผู้ต้องหาให้ได้ทุกคนก่อน เพราะเชื่อว่าวิญญาณของลูกชายก็คงต้องการเช่นกัน.

หนุ่มพม่าขับ จยย.ถูกรถเก๋งเฉี่ยวชน หัวน็อกพื้นดับอนาถ

Written on December 7, 2015 at 2:57 am, by admin

หนุ่มพม่าพนักงานโรงงานกล่องไปรษณีย์วัย 30 ปี ดวงกุดขับ จยย.ฝ่าทางแยกถูกรถเก๋งเฉี่ยวชนจนล้ม หัวน็อกพื้นเสียชีวิตคาถนนแม่ออน – ดอนจั่น บริเวณสี่แยกเข้าบ้านสันกลางใต้ จ.เชียงใหม่ ขณะที่คู่กรณียืนรอมอบตัว…

เมื่อเวลา 00.45 น. วันที่ 5 ธ.ค.58 ร.ต.อ.ธีระยุทธ ชีนาวุธ พงส.สภ.สันกำแพงเชียงใหม่ ได้รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถยนต์เฉี่ยวชนกับรถจักรยานยนต์ มีผู้เสียชีวิต บริเวณถนนแม่ออน – ดอนจั่น บริเวณสี่แยกเข้าบ้านสันกลางใต้ หมู่ 6 ต.สันกลาง อ.สันกำแพง จึงไปสอบสวนชันสูตรร่วมกับแพทย์เวร รพ.สันกำแพง

ที่เกิดเหตุพบรถยนต์เก๋ง ยี่ห้อฟอร์ด สีน้ำเงิน ทะเบียน 1 กฬ 6632 กทม.ด้านหน้าข้างซ้ายสภาพพังยับเสียหาย มีนายศราวุฒิ มะโนหาญ อายุ 31 ปี อยู่บ้านเลขที่ 303 หมู่ 10 ต.บ้านดู่ อ.เมือง จ.เชียงราย เป็นคนขับ ยืนอยู่ที่เกิดเหตุไม่ได้รับบาดเจ็บ และที่ร่องข้างถนนพบรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อคาวาซากิแบบชาย รุ่น ksr สีดำ ทะเบียน 1 คร 6248 เชียงใหม่ สภาพเสียหายพังยับ ที่กลางถนนพบศพคนขับขี่ ทราบชื่อนายไซ ลอน อายุประมาณ 30 ปี (สัญชาติพม่า) นอนหงายเสียชีวิตคาที่ มีเลือดไหลออกทางปากและจมูก ศีรษะน็อกพื้น


สภาพยับเยินของรถเก๋ง ที่ชนจยย.ทำให้หนุ่มเจ้าของรถจยย.ที่เป็นคนเมียนมา เสียชีวิต

ทางเจ้าหน้าที่สอบสวนได้ความว่า ก่อนเกิดเหตุที่ดังกล่าวเป็นทาง 4 แยก นายไซ ผู้ตายได้ขี่จักรยานยนต์คันดังกล่าวออกมาจากทาง อ.สารภี อ.สันกำแพง ซึ่งทางแยกมีป้ายบอกให้หยุด แต่ผู้ตายกลับขี่รถจักรยานยนต์มาไม่มองทางซ้าย ขณะนั้นรถเก๋งดังกล่าวขับโดยนายศราวุฒิ วิ่งมาทาง อ.สันกำแพง ไปทางในเมืองเชียงใหม่ ได้เฉี่ยวชนกับรถจักรยานยนต์ของนายไซเข้าพอดี จนนายไซศีรษะน็อกพื้นเสียชีวิต เบื้องต้นเจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่าเกิดจากความประมาท ซึ่งจะสอบสวนหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป.